
TRUE ต้องเพิ่มทุน?
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ชนะประมูลใบอนุญาตระบบ 4จี คลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ 39,792 ล้านบาท ตามเงื่อนไขต้องจ่ายเงิน 50% ภายใน 90 วัน และอีก 25% ภายใน 2 ปี และ 25% สุดท้ายภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันประมูลได้ แสดงว่าที่ต้องจ่ายงวดแรกคือ 50% จึงอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ชนะประมูลใบอนุญาตระบบ 4จี คลื่นความถี่ 1800 MHz ที่ 39,792 ล้านบาท ตามเงื่อนไขต้องจ่ายเงิน 50% ภายใน 90 วัน และอีก 25% ภายใน 2 ปี และ 25% สุดท้ายภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันประมูลได้ แสดงว่าที่ต้องจ่ายงวดแรกคือ 50% จึงอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
หากพิจารณาเงินสดในมือและเงินลงทุนระยะสั้น ณ ไตรมาส 3 ปีนี้ที่ 1.12 หมื่นล้านบาท หรือในมุมมองของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในรอบ 9 เดือน ที่ 8,100 ล้านบาท ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอภายใน 3 ปี นับตั้งแต่วันประมูลได้ ดังนั้นมีความจำเป็นที่ TRUE จะต้องเพิ่มทุนหรือไม่
บริษัทมีอัตราส่วนเงินกู้ต่อส่วนผู้ถือหุ้น ณ ไตรมาส 3 เป็นประมาณ 0.83 เท่า (อัตราส่วนหนี้สินทั้งหมดต่อทุนเป็น 2.2 เท่า) ก็ยังสามารถกู้ได้เพิ่มอีก คือ หากสมมติให้กู้ทั้งหมดที่ 2 หมื่นล้านบาท จะทำให้อัตราส่วนเงินกู้ต่อผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 1.1 เท่า ถือว่ายังเป็นระดับที่ไม่สูง แต่ข้อเสียคือ TRUE จะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มหากอัตราดอกเบี้ยเป็น 5% จะมีดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มปีละ 1,000 ล้านบาท และบั่นทอนผลการดำเนินงานที่กำลังฟื้นตัวได้ ขณะที่ 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 4,100 ล้านบาท
นอกจากนี้ต้องติดตามการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ที่จะเกิดขึ้นกลางเดือน ธ.ค. 2558 นี้อีก หาก TRUE ชนะอีกครั้งจะใช้เงินเพิ่มขึ้นไปอีก สมมติให้ต้องใช้เงินอีก 2 หมื่นล้านบาท อัตราส่วนเงินกู้ต่อส่วนผู้ถือหุ้นจะเพิ่มไปเป็น 1.4 เท่า
ดังนั้น TRUE จึงต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใช้วิธีไหน หากเลือกเพิ่มทุนก็จะเป็นการรบกวนเงินผู้ถือหุ้น และมีผลให้เกิดราคาหุ้นลดลง แต่หากเลือกกู้เพิ่ม ผลการดำเนินงานก็จะด้อยลงเพราะดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม ทั้งนี้การเพิ่มทุนอาจมีทางเลือกให้พันธมิตรคือ China Mobile International Holdings ซึ่งปัจจุบันถือหุ้น TRUE จำนวน 18% มาเพิ่มทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) บางส่วนได้ หรือจะเป็นเครือเจริญโภคภัณฑ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ที่ 27.96% มาช่วยเพิ่มทุนพีพี
การประมูล 4จี ของ TRUE จะเกิดประโยชน์ในระยะยาวมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ และการช่วงชิงส่วนครองตลาด แต่ในช่วง 2-3 ปีแรกจะมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานที่เห็นชัดเจนคือ ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตเป็นเวลา 18 ปี ปีละ 2,200 ล้านบาท ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม และค่าเสื่อมราคาที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เมื่อมีการลงทุนในโครงข่ายและอุปกรณ์ 4จี เพิ่มขึ้น
ส่วนการเพิ่มทุนให้ผู้ถือหุ้นเดิมล่าสุดที่เกิดขึ้นคือ XR วันที่ 31 ก.ค. 2557 เป็นสัดส่วน 2.5725 ต่อ 1 ที่ราคา 6.45 บาท







