
ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ รุกขยายสาขา-แตกไลน์ธุรกิจ
การท่องเที่ยวแนวผจญภัย เป็นการท่องเที่ยวที่ถูกจริตกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความตื่นเต้น หวาดเสียว สร้างสีสันในชีวิต ซึ่งมีแนวโน้มเป็นที่นิยมมากขึ้น ดังนั้นการมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทดังกล่าวถือเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี
การท่องเที่ยวแนวผจญภัย เป็นการท่องเที่ยวที่ถูกจริตกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความตื่นเต้น หวาดเสียว สร้างสีสันในชีวิต ซึ่งมีแนวโน้มเป็นที่นิยมมากขึ้น ดังนั้นการมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทดังกล่าวถือเป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดี
นันทพล ไข่มุกด์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิตเติ้ล เวิลด์ ผู้ดำเนินธุรกิจแหล่งท่องเที่ยวผจญภัย ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค เปิดเผยว่า ขณะนี้มีทรี ท็อป 4 สาขา ได้แก่ สาขาแรกที่เกาะช้าง สร้างเมื่อปี 2550 บริษัทเป็นเจ้าของเอง สาขาที่ 2 พัทยา ตั้งอยู่ในรีสอร์ท ฮอร์สชู พอยต์ เป็นการร่วมทุนกับรีสอร์ท สาขาที่ 3 อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ บริษัทเป็นเจ้าของเอง และสาขาที่ 4 กาญจนบุรี ตั้งอยู่ในโฮมพุเตย
ริเวอร์แควรีสอร์ท เป็นการร่วมทุนกับ เซเรนนาต้า โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท กรุ๊ป แต่ละแห่งใช้เวลา 2-3 ปีหลังเปิดบริการก็คืนทุนแล้ว
แผนขยายสาขาทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค หลังจากนี้จะขยายไปทางภาคเหนือแต่ไม่ใช่ จ.เชียงใหม่ โดยจะอยู่ในพื้นที่ที่พัฒนาแล้ว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปอยู่แล้ว บริษัทเป็นผู้ไปสร้างทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์คในพื้นที่ พร้อมรับบริหารให้ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ ธ.ค.นี้ รวมถึงกำลังหาทำเลอื่นที่เหมาะสมในการขยายสาขาเพิ่มเติม
พื้นที่ที่ต้องการใช้ทำทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์คนั้นหายาก ต้องประกอบไปด้วยคุณสมบัติ 3 ข้อ คือ 1.ต้องมีต้นไม้ใหญ่ได้ขนาด สำหรับใช้ติดตั้งอุปกรณ์การเล่นผจญภัยต่างๆ 2.ต้องมีตลาดลูกค้าสนับสนุน และ 3.มีพื้นที่ที่สามารถใช้งานได้ ไม่ใช่พื้นที่อุทยานที่แม้มีต้นไม้สมบูรณ์แต่ตามหลักกฎหมายไม่สามารถทำได้ ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีจำนวนพื้นที่กี่ไร่ขึ้นไป ขอเพียงมีต้นไม้เพียงพอกับจำนวนเกมที่จะให้บริการ ซึ่งแต่ละที่ควรมีอย่างน้อย 20 เกม เพื่อให้มีกิจกรรมเหมาะสมคุ้มค่าเวลาผู้ใช้บริการ
นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายธุรกิจไปสู่การเป็นบริษัทที่ตรวจสอบรับรองมาตรฐานให้แหล่งท่องเที่ยวผจญภัยประเภทเดียวกัน พร้อมรับซ่อมแซม ดูแลความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยวผจญภัย มีการเปิดอบรมวิธีดำเนินการให้ปลอดภัย รวมถึงออกประกาศนียบัตรรับรองให้กับผู้ที่ผ่านการอบรมไปแล้ว โดยจะแบ่งระดับเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการเป็น 3 ระดับ คือ 1.ดูแลลูกค้าได้ 2.มีทักษะสร้างแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยได้ และ 3.สร้างและออกแบบฐานกิจกรรมผจญภัยได้
สาเหตุที่ต้องการขยายไปเป็นผู้ตรวจรับรองมาตรฐานนั้น เพราะบริษัทมีการอัพเดทมาตรฐานอยู่ตลอดเวลาโดยยึดมาตรฐานจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่ส่งเจ้าหน้าที่มาฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของบริษัท ดังนั้นจึงสามารถนำมาตรฐานนี้มาปรับและใช้ตรวจรับรองให้กับแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยอื่นได้
“การตรวจและซ่อมแซมแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยถือเป็นบริการใหม่ของบริษัทที่ต่อยอดจากการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวผจญภัย เพราะบริษัทมีประสบการณ์มานาน ขณะที่เทคโนโลยีรวมถึงความรู้ต่างๆ ด้านแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บริษัทอัพเดทเรื่องเหล่านี้อยู่เป็นประจำ เพื่อปรับปรุงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ให้มีความปลอดภัยสูงขึ้นจึงรับให้บริการที่อื่นได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็รับบริการซ่อม ดูแล รวมถึงหาอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมบ้างแต่ไม่เป็นทางการ” นันทพล กล่าว
สำหรับภาพรวมแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยประเภทโหนสลิงในไทยนั้น หากนับรวมที่ติดตั้งการโหนสลิงในรีสอร์ท จะมีมากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศแต่ไม่เกิน 100 แห่ง ซึ่งยังไม่มีองค์กรใดที่รวบรวมมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้ออกมา ขณะที่บริษัททำงานด้านนี้มานาน หากอนาคตมีข้อบังคับให้แหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้ต้องมีผ่านการรับรองก่อน บริษัทก็สามารถเข้าไปให้บริการช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้หลายสถานที่ที่ยังไม่เคยรู้เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยให้มีโอกาสรู้และดำเนินการมากขึ้น
ด้านการแข่งขันของธุรกิจแหล่งท่องเที่ยวผจญภัยนั้นสูงในบางจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางใหญ่ในไทยเพราะสิ่งแวดล้อมเอื้ออำนวย สภาพแวดล้อมเหมาะสม เช่น มีฐานลูกค้าแน่นอน เป็นจังหวัดที่เหมาะสมกับการโปรโมทการท่องเที่ยวผจญภัย คาดว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทนี้ถึง 10 แห่งในเชียงใหม่
นันทพล กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค อันดับ 1 คือ รัสเซีย รองลงมาคือจีน อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวจีนมีแนวโน้มเติบโตเร็วมาก ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซียได้รับผลกระทบเศรษฐกิจซบเซาเริ่มมาใช้บริการลดลงบ้างตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
ทางด้านนักท่องเที่ยวคนไทยเติบโตต่อเนื่อง จากเริ่มแรกใช้บริการเพียง 5-10% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด แต่บริษัทก็พยายามออกงานไทยเที่ยวไทยเพื่อสร้างการรับรู้ ซึ่งก็ได้ผลทำให้บางสาขามียอดคนไทยเป็นตลาดหลักที่มาใช้บริการเช่นที่ กาญจนบุรี เมื่อเฉลี่ยรวมทั้ง 4 สาขา จะมีสัดส่วนคนไทย 30%
เมื่อดูจำนวนลูกค้า พบว่าทั้ง 4 สาขามีลูกค้ารวมกัน 5 หมื่นคน/ปี การเติบโตเฉลี่ยที่ปีละ 20% แต่ปีนี้เศรษฐกิจโลกยังมีปัญหาทำให้การเติบโตอาจไม่ถึงค่าเฉลี่ย ส่วนปีหน้าคาดว่าจะผลักดันการเติบโตให้ถึง 20% ได้ แต่ก็ยังต้องจับตาปัจจัยแวดล้อมด้วย เช่น ภาวะเศรษฐกิจจีน
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าถึงแม้เศรษฐกิจจีนจะโตในอัตราชะลอลง จำนวนคนจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทยก็ยังมากอยู่ โดยปัจจัยที่จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวคือ บริษัทให้ความสำคัญการทำตลาด ประชาสัมพันธ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำคู่มือแนะนำวิธีการเล่น พร้อมคำบรรยายเป็นภาษาจีน กระจายทุกสาขา
นันทพล กล่าวว่า โดยปกติการเล่นกิจกรรมต่างๆ ในทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค จะใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งขึ้นอยู่กับลูกค้าว่ามีทักษะการเล่นมากแค่ไหน หากมีประสบการณ์เล่นมามากแล้วเช่นนักท่องเที่ยวยุโรป ก็ใช้เวลาเล่นฐานต่างๆ ไปได้เร็ว แต่หากเป็นคนเอเชียการใช้เวลาแต่ละฐานก็จะช้ากว่า เพราะไม่เคยเล่นมาก่อน ประกอบกับแต่ละฐานจะมีการจำกัดจำนวนคนที่รองรับได้ ดังนั้นก็จะเป็นอีกปัจจัยทำให้ต้องใช้เวลารอในบางฐาน
ขณะที่ค่าเข้าใช้บริการทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค แตกต่างกันตามมูลค่าการลงทุนแต่ละพื้นที่ที่ต่างกันและตลาดเป้าหมายที่เจาะแตกต่างกัน เช่น กระบี่ พัทยา ค่าเล่นกิจกรรมจะอยู่ที่ 1,500-1,800 บาท ส่วนเกาะช้าง 1,100-12,00 บาท กาญจนบุรี 1,200-1,500 บาท
นันทพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอนาคตหากเป็นไปได้ก็อยากขยายไปเปิดทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค ที่ประเทศเพื่อนบ้านในทำเลที่มีทิวทัศน์สวยงาม เป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปอยู่แล้ว เพราะเชื่อว่าพื้นที่ในประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นพื้นที่ธรรมชาติสมบูรณ์และเหมาะสมจะใช้ทำทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ พาร์ค มีอยู่มาก โดยการไปขยายตลาดมองไว้ทั้งรูปแบบลงทุนเอง ไปรับบริหาร หรืออาจให้สิทธิขยายแฟรนไชส์ทรี ท็อป แอดเวนเจอร์ ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่บริษัทเป็นผู้สร้าง นำอุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้งให้ คอยดูแลเรื่องการบำรุงรักษา พร้อมทั้งอบรมเรื่องการดูแลความปลอดภัย
อนาคตของแหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัยแม้ว่าจะมีการแข่งขันสูงในจังหวัดที่ได้รับความนิยม แต่ก็ยังมีโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ รวมถึงการขยายไปในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัยจะยิ่งคึกคักแน่นอน







