
ต่างชาติเสนอแผนพัฒนาไทย
หอการค้าต่างประเทศเล็งเสนอแผนพัฒนาไทยให้นายกฯ สิ้นเดือน หวังไทยโตก้าวกระโดด
หอการค้าต่างประเทศเล็งเสนอแผนพัฒนาไทยให้นายกฯ สิ้นเดือน หวังไทยโตก้าวกระโดด
นายสแตนลีย์ คัง ประธานหอการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จะเร่งประชุมร่วมกับสมาชิกหอการค้าต่างประเทศ เพื่อจัดทำนโยบายของหอการค้าครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น ภาคบริการ การศึกษา เทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน ความยากง่ายในการทำธุรกิจ รวมประมาณ 60-70 หน้า เสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้
ทั้งนี้ กรณีอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของไทยประจำปี 2559 จัดทำโดยธนาคารโลกอยู่อันดับที่ 49 ตกลงมาจากอันดับในปี 2558 ประมาณ 3 อันดับนั้น สะท้อนว่า จริงๆ แล้วไทยไม่ได้มีศักยภาพถดถอยลง แต่ประเทศต่างๆ กำลังก้าวหน้าและเติบโตแบบก้าวกระโดดมากขึ้น
“คู่แข่งของไทยวิ่งเร็วขึ้นมาก ทั้งเวียดนาม เมียนมา อินโดนีเซีย มาเลเซีย แต่ละประเทศเติบโตกันแบบก้าวกระโดดมาก ไทยก็จำเป็นต้องพัฒนาให้เร็วขึ้นมากเช่นกัน” นายสแตนลีย์ กล่าว
สำหรับไทยจำเป็นต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวโน้มของโลก ได้แก่ 1.มีใจเปิดกว้าง หากไทยจะเป็นประเทศการค้า (Trading Nation) ที่ยิ่งใหญ่ ไทยต้องสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม
2.รู้จักใช้พลังอ่อน (Soft Power) ในปัจจุบัน พลังอ่อนมีอิทธิพลมากกว่าพลังแข็ง (Hard Power) ไทยต้องรู้จักใช้ความเป็นไทย (Thainess) ในด้านต่างๆ ทั้งวัฒนธรรม การสื่อสาร เพื่อทำให้ต่างชาติประทับใจความเป็นไทย
นายสแตนลีย์ กล่าวอีกว่า หอการค้าต่างประเทศจะพยายามเข้าไปหารือกับทุกกระทรวง เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างไทยกับรัฐบาลไปด้วยกัน กรณีรัฐบาลจะจัดให้ไทยมีการเลือกตั้งอีกครั้งราวเดือน ก.ค. 2560 นั้น มองว่าไม่ใช่ปัญหา ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องการเห็นในทุกประเทศคือ ประสิทธิภาพของรัฐบาล โดยรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันถือว่าค่อนข้างรับฟังความคิดเห็นของนักลงทุน
อย่างไรก็ดี แม้นโยบายภาพรวมของไทยจะดีและมีความชัดเจนมากขึ้น แต่สิ่งที่ยังต้องจับตาและติดตามกันต่อไปคือ การทำให้เกิดผล ที่สำคัญต้องหมั่นสื่อสารให้นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดและนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา
ทั้งนี้ ในปี 2559 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะมีผลอย่างเป็นทางการ ไทยจะกลายเป็นประเทศที่น่าสนใจมากขึ้นในสายตานักลงทุน โดยเฉพาะหากไทยใช้กลยุทธ์เชื่อมโยงกับประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี จะยิ่งดึงดูดนักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยได้มากขึ้น
สำหรับการลงทุนของสมาชิกหอการค้าต่างประเทศในปีนี้ คาดว่า จะเติบโตจากปี 2557 ประมาณ 10-15% แนวโน้มการลงทุนในอนาคตยังคงเติบโตต่อไปได้ในทุกภาคธุรกิจ โดยรัฐบาลไทยอาจต้องส่งเสริมธุรกิจแห่งอนาคต เช่น อี-คอมเมิร์ซ ธุรกิจที่สอดคล้องกับดิจิทัล อีโคโนมี เพิ่มเติม







