
ผ่อนเกณฑ์ค้าเงินต่างประเทศ ธปท.ให้สูงสุด 8 แสนบาท/วัน
ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จะสามารถขยายเพิ่มวงเงินแลกเงินตราต่างประเทศสูงถึง 8 แสนบาท/คน/วัน จากเพดานเดิม 2 แสนบาท ทั้งนี้ ธปท.ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เรื่องหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้คล่องตัวมากขึ้น โดยขยายวงเงินการขายธนบัตรเงินตราต่างประเทศ (สกุลเงินต่างประเทศ) ให้แก่ลูกค้าวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 8 แสนบาท/ราย/วัน จากเดิมอยู่ที่ 5,000 เหรียญสหรัฐ
ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ จะสามารถขยายเพิ่มวงเงินแลกเงินตราต่างประเทศสูงถึง 8 แสนบาท/คน/วัน จากเพดานเดิม 2 แสนบาท ทั้งนี้ ธปท.ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เรื่องหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจเป็นบุคคลรับอนุญาตเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้คล่องตัวมากขึ้น โดยขยายวงเงินการขายธนบัตรเงินตราต่างประเทศ (สกุลเงินต่างประเทศ) ให้แก่ลูกค้าวงเงินไม่เกิน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 8 แสนบาท/ราย/วัน จากเดิมอยู่ที่ 5,000 เหรียญสหรัฐ
ประกาศนี้มีข้อยกเว้นกรณีบุคคลรับอนุญาตเป็นกิจการเจ้าของคนเดียวหรือห้างหุ้นส่วนที่ตั้งอยู่ตามชายแดน หรือในที่ที่พนักงานกำหนดให้วงเงินไม่เกิน 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 2 แสนบาท/ราย/วัน รวมทั้งได้ให้บุคคลรับอนุญาตซื้อหรือขายธนบัตรเงินตราต่างประเทศ หรือเช็คสำหรับเดินทางที่จ่ายเป็นเงินตราต่างประเทศให้กับบุคคลที่รับซื้อธนบัตรเงินตราต่างประเทศจากธนาคารพาณิชย์ได้ไม่จำกัด
แหล่งข่าวจาก ธปท. ระบุว่า การขยายวงเงินนี้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับผู้ต้องการแลกเงินมากขึ้น เนื่องจากวงเงินเดิม ธปท.กำหนดใช้เป็นเวลานานแล้ว
ธปท.ยังผ่อนเกณฑ์ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขายเงินตราต่างประเทศ (MC) สามารถขายเงินตราต่างประเทศได้ระหว่างบุคคลที่ได้รับอนุญาตด้วยกัน จากอดีตที่ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตสามารถขายเงินตราต่างประเทศ กับธนาคารพาณิชย์เท่านั้น
ชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ นายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ กล่าวว่า การผ่อนคลายเกณฑ์ดังกล่าวให้บุคคลที่ได้ใบอนุญาตสามารถขายเงินสกุลต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น จะเป็นผลดีต่อภาคธุรกิจและภาคท่องเที่ยว โดยเฉพาะการค้าการลงทุนในแถบชายแดนและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเอื้อต่อเศรษฐกิจไทยด้วย
แหล่งข่าวจากสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เปิดเผยว่า ทางสมาคมเสนอต่อ ธปท.ขอผ่อนผันการถือครองเงินตราเข้าออกตามแนวชายแดนจาก 5 แสนบาท เป็น 2 ล้านบาท ผ่อนคลายกฎระเบียบการรับแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รับแลกเงินได้จาก 5,000 เหรียญสหรัฐ เป็น 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ และผ่อนปรนการขายสต๊อกเงินต่างประเทศคืนให้กับธนาคารทุกสิ้นเดือน 80% เพื่อลดการขาดทุนจากความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
“ประกาศที่ ธปท.ออกมาแม้จะผ่อนปรนเรื่องการรับซื้อขายเงินจาก 5,000 เหรียญสหรัฐ เป็น 2 หมื่นเหรียญสหรัฐก่อน แต่คาดว่าในอนาคตเมื่อการค้าขายขยายมากกว่านี้ ธปท.คงจะทบทวนข้อเสนอเพิ่มเติม” แหล่งข่าวเปิดเผย
ชนาพร กล่าวว่า ตลาดการค้าชายแดนลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งการค้าทางตะวันตกกับเมียนมาที่ด่านแม่สอด จ.ตาก การค้าชายแดนที่ จ.มุกดาหาร หนองคาย ชายแดนด้านตะวันออกที่ติดกับกัมพูชา ส่วนการค้าชายแดนไทยและมาเลเซียเพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วนเป็น 30% ของมูลค่าการค้าชายแดนที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ด้านเหนือก็มีท่าเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ จ.เชียงราย ที่เชื่อมกับตลาดเมียนมา ลาว และจีน เป็นปัจจัยบวกระยะยาวต่อธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตรา
อย่างไรก็ดี ตลาดแลกเปลี่ยนเงินในตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศและในประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราแต่เดิมนั้น ยังคงเป็นตลาดที่มีความสำคัญเช่นเดิม แม้ว่าค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะทำให้นักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศลดลง แต่นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้นมาก เช่น จีน ญี่ปุ่น
แต่กระนั้น ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราของไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะหลังรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะทำให้ตลาดแลกเปลี่ยนเงินมีขนาดใหญ่ขึ้น และดึงดูดผู้เล่นรายใหม่และรายใหญ่เข้ามาในตลาด ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเล็กแข่งขันได้ยากลำบาก
ชนาพร กล่าวว่า สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราฯ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 63 ราย ได้ร่วมมือกับสมาชิกปรับตัวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูธนบัตรต่างประเทศปลอมและธนบัตรต่างประเทศที่ถูกยกเลิก พร้อมทั้งได้ร่วมมือกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธปท. ในการปฏิบัติตามหลักการตรวจสอบลูกค้า (KYC, CDD) เพื่อให้มาตรฐานการแลกเปลี่ยนเงินตราเป็นไปตามหลักสากล







