
BR มุ่งซื้อกิจการ-ร่วมทุน หวังโต 10 เท่า
“โจเซฟ สุเชาว์วณิช” รองประธานกรรมการ บริษัท บางกอกแร้นช์ (BR) ให้สัมภาษณ์ว่า การลงทุนหุ้น BR ตอนนี้คล้ายกับการลงทุนหุ้นบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ และแผนการขยายกิจการยังไม่ชัดเจนเหมือนในขณะนี้ ที่เป็นแบรนด์ระดับโลกแล้ว โดย BR ก็จะก้าวไปข้างหน้าตามโมเดลธุรกิจของ TU พร้อมตั้งเป้าหมายใน 10 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่ากิจการเติบโตถึง 10 เท่าตัว จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ
“โจเซฟ สุเชาว์วณิช” รองประธานกรรมการ บริษัท บางกอกแร้นช์ (BR) ให้สัมภาษณ์ว่า การลงทุนหุ้น BR ตอนนี้คล้ายกับการลงทุนหุ้นบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ และแผนการขยายกิจการยังไม่ชัดเจนเหมือนในขณะนี้ ที่เป็นแบรนด์ระดับโลกแล้ว โดย BR ก็จะก้าวไปข้างหน้าตามโมเดลธุรกิจของ TU พร้อมตั้งเป้าหมายใน 10 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่ากิจการเติบโตถึง 10 เท่าตัว จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ
การเติบโตของเราจะมาจากทั้งการซื้อกิจการที่มีกำไรดีอยู่แล้ว เพื่อสร้างกำไรให้เติบโตทันทีหรือการร่วมทุน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ TU ใช้แล้วประสบความสำเร็จ รวมถึงการลงทุนสร้างโรงงานใหม่ตามแผนธุรกิจที่จะมีรายได้จากต่างประเทศใหม่ๆ และปัจจุบันบริษัทยังมีโรงงานบะหมี่ที่สามารถสร้างประโยชน์และธุรกิจต่อเนื่องจากธุรกิจเป็ดได้
ปัจจุบันนักลงทุนอาจยังไม่ทราบข้อมูลแผนธุรกิจทั้งหมดของ BR เป็นสาเหตุให้ราคาหุ้น BR ปรับตัวลงมาต่ำกว่าราคาไอพีโอที่ 8.80 บาท/หุ้น บวกผลประกอบการไตรมาส 3 ปีนี้ทำได้ต่ำกว่าปีที่แล้ว รายได้และยอดขายลดลงประมาณ 10% กำไรสุทธิลดลงประมาณ 10-18% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย คือ ภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาขายเนื้อสัตว์ที่ลดลงทั้งไก่ หมู และเป็ด รวมถึงการแข่งขันรุนแรง ส่งผลให้บริษัทต้องขายสินค้าในราคาที่ต่ำกว่าภาวะปกติตามตลาดเพื่อไม่ต้องเก็บสต๊อกสินค้าไว้เป็นภาระ ส่วนกำไรที่ลดลงนั้น ส่วนหนึ่งมาจากค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง เมื่อนำผลการดำเนินงานของบริษัทในเนเธอร์แลนด์มารวมด้วย เมื่อแปลงเป็นเงินบาทก็ทำให้กำไรลดลง
อย่างไรก็ตาม ภาวะดังกล่าวเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น และสถานการณ์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
สำหรับแนวทางการแก้ไข“โจเซฟ” บอกว่ามีทั้งแผนธุรกิจระยะสั้นและระยะยาวเตรียมไว้พร้อมแล้ว
แผนธุรกิจระยะสั้นใช้วิธีการบริหารต้นทุนให้ลดลงตั้งแต่ปัจจุบันถึงปี 2559 ซึ่งบริษัทมีแผนใช้เงินลงทุน ระบบอัตโนมัติทดแทนระบบเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาพรวมทั้งหมด กระบวนการผลิตของโรงเชือดชำแหละและโรงงานผลิตให้เสร็จสิ้นภายในปีหน้า โดยมีเป้าหมายว่าโครงการนี้จะลดต้นทุนรวมในปี 2559 ลงได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทเพิ่มขึ้น 1-2% จากเป้าหมายที่ต้องการทำให้อัตรากำไรขั้นต้นกลับไประดับที่เคยทำได้ประมาณ 20%
นอกจากนั้น บริษัทยังลดต้นทุนในส่วนวัตถุดิบ “เป็ด” จากปัจจุบันคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งสัดส่วนประมาณ 90% และอีก 10% มาจากฟาร์มที่บริษัทเป็นเจ้าของเอง ขณะนี้ต่อเนื่องอีก 2 ปีข้างหน้าบริษัทมี
แผนจะลงทุนสร้างโรงฟักเลี้ยงและฟาร์มเลี้ยงเป็ดใหม่เพิ่มที่ จ.ระยอง ลงทุนปรับปรุงฟาร์มเดิมเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งจะทำให้สัดส่วนเป็ดที่บริษัทเลี้ยงเองจะทยอยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 20% และโรงชำแหละก็มีต้นทุนลดลงด้วย เพราะฟาร์มตั้งอยู่ใกล้โรงชำแหละในชลบุรี เพชรบูรณ์ สิงห์บุรี และบริษัทมีแผนที่จะลงทุนสร้างโรงชำแหละและโรงงานแปรรูปเป็ดแห่งใหม่ที่สระแก้ว ซึ่งจะก่อสร้างเสร็จในปี 2561
ใน 5 ปีข้างหน้าบริษัทจะทยอยเพิ่มกำลังการผลิตของโรงชำแหละขึ้นอีกประมาณ 9 ล้านตัว/ปี หรือ 50% จากปัจจุบันที่ประมาณ 16 ล้านตัว/ปี รวมถึงบริษัทจะทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่งขึ้นด้วย เพื่อรองรับกำลังการผลิตโรงเชือดที่เพิ่มขึ้น เพราะเห็นโอกาสความต้องการบริโภค
ขณะเดียวกัน บริษัทจะขยายตลาดออกไปกว้างขึ้น ตามแผนธุรกิจปี 2559 บริษัทจะเน้นขยายตลาดในประเทศเป็นหลักไปสู่ตลาดต่างจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงตลาดตามเข้าไปในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีชายแดนติดกับไทย ขณะที่การเปิดประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะช่วยให้การขายสินค้าเข้าไปได้ง่ายขึ้น และขายได้มากขึ้นในตลาดเออีซี คือ กัมพูชา และกัมพูชาที่มีประชากรประมาณ 30 ล้านคน ถือเป็นตลาดที่คนมีกำลังซื้อสูง รวมถึงโอกาสตลาดในเวียดนามปัจจุบันบริษัทมีการขายผ่านเอเยนต์แล้ว
สำหรับตลาดต่างประเทศปัจจุบันทั้งญี่ปุ่น ตะวันออกกลาง ยุโรป ยังรักษาไว้ เนื่องจากปัญหาจากราคาน้ำมันที่ลดลงมาก มีผลกระทบต่อกำลังซื้อในกลุ่มประเทศที่มีรายได้จากการส่งออกขายน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้
แนวโน้มตลาดในประเทศช่วงไตรมาส 4 จะดีขึ้นตามฤดูกาลจับจ่าย เพราะเป็นช่วงเทศกาลต่างๆ ทั้งคริสต์มาส ขึ้นปีใหม่ ตรุษจีน กระตุ้นให้มียอดทุกๆ อุตสาหกรรรม รวมถึงบริษัทให้เติบโตขึ้น แต่รายได้ในปี 2558 จะเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ 5-10% และกำไรจะต่ำกว่าทั้งปี 2557 ที่ทำได้ประมาณ 531 ล้านบาท
ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจไม่ดี บริษัทได้ปรับตัว โดยทำการวิจัยพัฒนา และทยอยออกสินค้าใหม่ๆ เป็นแบบกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มมูลค่า เพื่อขยายไปตลาดกลุ่มร้านอาหาร ภัตตาคารเพิ่มมากขึ้น หรือเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับการขายแบบธุรกิจสู่ผู้บริโภคมากขึ้น จากเดิมที่ขายธุรกิจสู่ธุรกิจที่ขายเนื้อเป็ด เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบทำอาหาร
“แผนการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตโดยใช้ระบบอัตโนมัติ เน้นการทำตลาดเออีซีมากขึ้น ส่งผลให้ยอดขายช่วงครึ่งหลังปี 2559 จะดีขึ้นจากครึ่งปีแรก ทำให้ภาพรวมของผลประกอบการทั้งกำไรและรายได้ทั้งปีหน้ากลับไปใกล้เคียงกับปี 2557”
ส่วนการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทมีการทำประกันความเสี่ยงไว้ทุกสกุลทุกรายการ ทั้งการส่งออกและนำเข้าวัตถุดิบ แต่ผลกระทบสกุลเงินยูโรไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะบริษัทลูกที่มีธุรกิจในประเทศเนเธอร์แลนด์เมื่อนำงบมารวมผลกระทบส่งผลเมื่อเปรียบเทียบไตรมาส 3 ปี 2558 จากช่วงเดียวกันปีก่อนค่าเงินบาทแข็งขึ้นประมาณ 14% เทียบกับค่าเงินยูโรทำให้บริษัทมีผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน แม้ธุรกิจที่เนเธอร์แลนด์จะมีกำไร ส่วนสถานการณ์ของธุรกิจจำหน่ายเนื้อเป็ดเชื่อว่าผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในปี 2558 เพราะแข่งขันราคาให้ต่ำลงไปอีก ผู้ประกอบการจะไม่มีกำไร
ปัจจุบันราคาหุ้น BR ที่ปรับลดลงต่ำกว่าไอพีโอเริ่มมีกองทุนในประเทศจำนวน 2 แห่งที่ทยอยเข้ามาเก็บหุ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่นักวิเคราะห์เริ่มทยอยติดต่อเข้ามาขอข้อมูลมากขึ้นเพื่อนำไปทำบทวิเคราะห์จากปัจจุบันที่มีจำนวน 5 แห่ง หากบทวิเคราะห์เพิ่มจำนวนมากขึ้นจะเป็นโอกาสที่ฐานนักลงทุนจะขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าของโบรกเกอร์ที่ทำบทวิเคราะห์ออกมาเพิ่ม ส่งผลให้ราคาหุ้นมีโอกาสที่จะสะท้อนสินทรัพย์ของบริษัทที่มีอยู่ในปัจจุบันและอนาคต
“ตอนนี้ผมรวมกับครอบครัวและพันธมิตรเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วนประมาณ 27% อนาคตมีโอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้น BR เพิ่มด้วย เพราะครอบครัวเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท มีความมั่นใจในพื้นฐานธุรกิจที่บริหารจัดการเอง”
“นาธาน ชานดอร์ แกสสิค” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน (กลุ่มบริษัท) กล่าวว่า การนำเงินจากไอพีโอส่วนหนึ่งไปชำระคืนหนี้จำนวนประมาณ 750 ล้านบาท สามารถช่วยลดภาระต้นทุนดอกเบี้ยลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนแหล่งเงินทุนในอนาคตยังไม่ตัดสินใจว่าจะขอใช้สินเชื่อระยะยาวหรือการออกหุ้นกู้ เพราะหลังไอพีโอไม่มีปัญหาเครดิตทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเริ่มมาเสนอปล่อยเงินกู้จำนวนมาก







