
ทำใจยอดซื้อLTFปลายปีแผ่ว
บลจ.ทำใจ เงินเข้า LTF-RMF ปลายปีไม่อู้ฟู่ เหตุตลาดหุ้นซึม นักลงทุนใช้เงินเก่าวนซื้อใหม่
บลจ.ทำใจ เงินเข้า LTF-RMF ปลายปีไม่อู้ฟู่ เหตุตลาดหุ้นซึม นักลงทุนใช้เงินเก่าวนซื้อใหม่
นายอลัน แคม รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า มูลค่าเงินลงทุนใหม่ในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ปีนี้อาจจะน้อยลงกว่าปีที่ผ่านมา เพราะเนื่องจากเริ่มเห็นสัญญาณว่า นักลงทุนหลายรายที่ถือหน่วยลงทุนครบ 5 ปีปฏิทินจะขายในช่วงปลายปีและนำเงินมาลงทุนในกองทุน LTF อีกรอบหนึ่ง
“คนที่ถือ LTF มาครบ 5 ปีปฏิทิน แต่ยังไม่ได้ขายหน่วยลงทุนออกไป เพราะตลาดหุ้นปรับลดลงตลอด หลายคนอาจตัดสินใจขายในช่วงปลายปี เพื่อนำเงินมาลงทุนใหม่แทน ทำให้เงินที่เข้ามาลงทุนใหม่ไม่ใช่เงินใหม่จริงๆ” นายอลัน กล่าว
นอกจากนี้ นายอลัน กล่าวอีกว่า ในอุตสาหกรรมจัดการกองทุนควรหากองทุนที่จะเข้ามาทดแทนการลงทุนใน LTF ที่จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในอีกหลังจากปี 2562 รวมทั้งการกระตุ้นให้นักลงทุนลงทุนโดยไม่คาดหวังสิทธิประโยชน์ทางภาษี
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปี 2559 นายอลัน คาดว่า จะมีอัตราการเติบโตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยสนับสนุน โดยเฉพาะเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติ
ในขณะที่ นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวเช่นเดียวกันว่า ปริมาณเงินลงทุนในกองทุน LTF และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ในปีนี้จะน้อยกว่าปีที่ตลาดหุ้นอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
“โดยปกติแล้วเดือนสุดท้ายของปีจะมีเงินไหลเข้ากองทุน LTF และ RMF ประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่ถ้าปีไหนหุ้นตกปริมาณการซื้อกองทุนจะลดลง นอกจากนี้ ปีที่หุ้นตกนักลงทุนก็จะชะลอขายขายหน่วยลงทุน LTF ที่ครบกำหนดเช่นกัน ดังนั้นคาดว่ายอดขาย LTF ปีนี้จะน้อยเช่นกัน แต่การนำเงินที่ครบกำหนดมาลงทุนใหม่นั้นเป็นเรื่องปกติที่มีเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว” นายสมิทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ นายสมิทธ์ กล่าวว่า แม้ว่ามติคณะรัฐมนตรีที่ขยายระยะเวลาถือครองหน่วยลงทุนกองทุน LTF จาก 5 ปีปฏิทินเป็น 7 ปีปฏิทิน โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2559 ทำให้ปีนี้เป็นปีสุดท้ายที่จะใช้หลักเกณฑ์เดิม คือ 5 ปีปฏิทิน แต่เชื่อว่าจะไม่ได้เป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในกองทุน LTF มากกว่าปกติ
“ถึงแม้ว่าการซื้อกองทุน LTF ในปีหน้าจะต้องถือหน่วยลงทุนไว้ 7 ปีปฏิทิน แต่ไม่มีผลให้นักลงทุนมาซื้อเพิ่มในปีนี้ เพราะเป็นการลงทุนตามสัดส่วนของรายได้ และในปีต่อไปก็น่าจะซื้อต่อไป เพราะต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี” นายสมิทธ์ กล่าว
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ธนชาต กล่าวเช่นกันว่า การเพิ่มระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุนกองทุน LTF จะได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้ามาซื้อกองทุนเพิ่มขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการถือครองนานขึ้น เนื่องจากนักลงทุนเป็นกลุ่มเดิมที่เข้าใจการลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว
นายพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ในปีนี้กองทุน LTF และ RMF ของ บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีการเติบโต โดยคาดว่าจะมีเงินใหม่เข้ามาลงทุนประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาด 20%
อย่างไรก็ตาม นายพงศ์พิเชษฐ์ ยอมรับว่า อัตราการเติบโตของยอดซื้อสุทธิของกองทุน LTF และ RMF ของ บลจ.กสิกรไทย จะมีไม่มากนัก โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากยอดซื้อสุทธิในปี 2557
“ในปีที่ตลาดหุ้นดีๆ เราจะมีอัตราการเติบโตของยอดซื้อสุทธิประมาณ 20% แต่ในปีที่ไม่ดีอัตราการเติบโตจะอยู่เพียง 5% เท่านั้น ซึ่งปีนี้ที่ตลาดหุ้นไม่ค่อยดี ยอดซื้อสุทธิก็อาจจะไม่มาก แต่ก็ยังมีอัตราการเติบโต มีเงินใหม่เข้ามาลงทุน” นายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าว







