
ผลตอบแทนตราสารระยะยาวปรับขึ้น
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (9-13 พ.ย. 2558) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 386,340.48 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณวันละ 77,268.10 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 1%
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (9-13 พ.ย. 2558) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 386,340.48 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณวันละ 77,268.10 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 1%
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 68% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 263,271 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง มีมูลค่าการซื้อขาย 87,581 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน 6,275 ล้านบาท คิดเป็น 23% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB176A (อายุ 1.6 ปี) LB21DA (อายุ 6.1 ปี) และ LB25DA (อายุ 10.1 ปี) เท่ากับ 19,134 ล้านบาท 13,462 ล้านบาท และ 12,762 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค รุ่น AWN244B (AA+(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 780 ล้านบาท หุ้นกู้ของธนาคารยูโอบี รุ่น UOBT165A (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 684 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ช.การช่าง รุ่น CK228A (A-) มูลค่าการซื้อขาย 382 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น 1-5 bps. โดยพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.05% จาก 2.64% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 2.69% ทั้งนี้ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรอยู่ที่ 2.71 แสนตำแหน่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 1.83 แสนตำแหน่ง สอดคล้องกับอัตราการว่างงานของสหรัฐซึ่งลดลงสู่ระดับ 5.0% ต่ำสุดในรอบ 7 ปี
ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์ของสหรัฐในคืนวันพฤหัสบดี ทรงตัวที่ 2.76 แสนราย นับเป็นระดับต่ำกว่า 3 แสนราย ติดกันเป็นสัปดาห์ที่ 36 ทำให้ตลาดคาดว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเอฟโอเอ็มซี ในวันที่ 15-16 ธ.ค.นี้
สัปดาห์ที่ผ่านมา (9-13 พ.ย. 2558) เงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 19,735 ล้านบาท โดยขายสุทธิตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 12,175 ล้านบาท และขายสุทธิตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) 7,560 ล้านบาท







