
เร่งเอกชนใช้ Leed-X รับเทรนด์บิ๊กดาต้า
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
นโยบายดิจิทัลอีโคโนมีที่ทุกคนวาดฝันกันว่าจะสามารถเข้ามาช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศให้มากขึ้น ยังไปไม่ถึงฝั่งฝันเสียที โจทย์ใหญ่ของภาครัฐที่ต้องเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้งานเต็มที่ได้จริง คือ เรื่องของบิ๊กดาต้า หรือการแชริ่งข้อมูลระหว่างองค์กรอย่างเหมาะสม เพราะภาคธุรกิจยังไม่พร้อมเปิดเผยข้อมูลที่สามารถนำมาเป็นฐานข้อมูลกลาง เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ภาครัฐก็จะเสียจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ระบบการเชื่อมโยงข่าวสารต่างๆ จะมีหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางเข้ามาควบคุมดูแลด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้อง โดยออกมาเป็นรูปแบบของนโยบายขอความช่วยเหลือไปในแต่ละบริษัท เพื่อให้เปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง ทดแทนระบบเดิมที่ใช้งานกันแต่ไม่อัพเดท การร่วมกันพัฒนาระบบฐานข้อมูลอุปสงค์และอุปทาน จะช่วยให้วางแผนด้านนโยบายระดับประเทศได้ดีขึ้น
“ทีดีอาร์ไอร่วมมือกับสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2551 ในการวางแผนพัฒนากำลังคนเพื่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศ หากมองเป็นภาพรวมระดับประเทศ การแชร์ข้อมูลเหล่านี้จะประสานกับฝ่ายเอชอาร์ของแต่ละองค์กร เพื่อให้ทราบถึงศักยภาพของแรงงานและรายได้ เพื่อนำไปใช้เป็นเกณฑ์กลางในการวางมาตรฐานแรงงานทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้หากมีการเปิดเผยจากองค์กรเอง ย่อมแม่นยำกว่าการคาดเดาเองจากข้อมูลแต่ละส่วน วิธีการทำงานจะผ่านรูปแบบของเว็บเซอร์วิสที่เป็นฐานเชื่อมโยงกับระบบ PMANP ของกระทรวงแรงงาน” ยงยุทธ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ระบบนี้ต้องการที่จะเน้นข้อมูลจากอุตสาหกรรม 13 กลุ่ม คือ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารและเครื่องดื่ม ยางพารา ไม้และเฟอร์นิเจอร์ เครื่องหนัง เซรามิก พลาสติก เคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี กระดาษ และอัญมณี เพราะหน่วยงานเหล่านี้จะมีการว่าจ้างแรงงานที่หลากหลายกลุ่มและทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ยงยุทธ กล่าวอีกว่า ลักษณะของข้อมูลใน PMANP ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลมหภาค โดยทาง Leed-X จะส่งเอกสารร้องขอเข้าไปและถูกส่งกลับมาผ่านระบบ Soap Web service เพื่อให้สามารถเข้าไปใช้งานข้อมูลเหล่านี้ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นในเรื่องของกำลังแรงงาน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และตั้งเป้ารายงานสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดที่ค่อนข้างละเอียด แต่ก็ยังไม่ครบทุกจังหวัด จากนั้นระบบจะส่งเอกสารร้องขอไปยัง statXchange ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อให้ส่งข้อมูลกลับมาในรูปแบบ XML เพื่อให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
วัชระ ฉัตรวิริยะ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า เพื่อให้ประเทศไทยสานต่อนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีได้ ภาคอุตสาหกรรมเองต้องรู้จักการนำคลาวด์ บิ๊กดาต้า และเว็บเซอร์วิสมาใช้อย่างมีประโยชน์ อย่ามองเพียงแค่เรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เพราะถ้ามีแต่เสาไม่มีข้อมูลก็ไม่มีประโยชน์
“ข้อมูลที่ต้องการให้องค์กรเปิดเผยจะเป็นแบบทุติยภูมิ(Secondary Data) คือ ข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดที่ผู้อื่นรวบรวม สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลโดยไม่ต้องลงมือเก็บรวบรวมเอง คือ จะไม่กระทบในภาพหลักของธุรกิจ แต่เป็นการเลือกเปิดข้อมูลที่เหมาะผ่านการตอบโจทย์ที่หน่วยงานกลางเป็นคนตั้งขึ้นมา องค์กรจะสะดวกให้คำตอบหรือไม่ก็ได้ แต่การเลือกเปิดเผยอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลที่เหมาะสมและสามารถนำมาใช้งานต่อในอนาคตได้” วัชระ กล่าวทิ้งท้าย







