
รับการเปลี่ยนแปลง
ผลการเลือกตั้งเมียนมาที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ภายใต้การนำของ อองซานซูจี
โดย...สมหทัย โมสิกะ
ผลการเลือกตั้งเมียนมาที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ภายใต้การนำของ อองซานซูจี กวาดคะแนนเสียงถล่มทลายยิ่งกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ สะท้อนชัดอย่างหนึ่งว่า ชาวเมียนมาต้องการ “การเปลี่ยนแปลง” ส่วนจะเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหนนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป
โดยเฉพาะในส่วนของภาคธุรกิจ เศรษฐกิจ การลงทุนที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และรู้กันดีว่าในช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมสำคัญๆ ในเมียนมาล้วนตกอยู่ในมือของเครือข่ายและผู้มีสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับกองทัพ และมีไม่น้อยที่การลงทุนทำธุรกิจเหล่านั้นขัดแย้งกับประชาชนในพื้นที่ ชาวเมียนมาจำนวนมากรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ประโยชน์มากนักจากการลงทุนของทุนยักษ์ท้องถิ่น รวมถึงทุนต่างชาติที่แห่แหนเข้าไปในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ทุกฝ่ายต่างเชื่อตรงกันว่ารัฐบาลใหม่ของเมียนมาจะต้องเดินหน้าส่งเสริมการค้าการลงทุนต่อไปอย่างแน่นอน ซึ่งก็จะกลายเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายของไทยไปพร้อมๆ กัน
ที่ว่าเป็นโอกาสนั้นคือ เศรษฐกิจที่พัฒนาดีขึ้น ย่อมหมายถึงเงินในกระเป๋าชาวเมียนมาที่จะมีมากขึ้น กลายเป็นโอกาสการขายสินค้าและนำเสนอบริการต่างๆ ที่ไทยมีความถนัด ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม การท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่าเมียนมาจะต้องส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศมากขึ้น ซึ่งพื้นที่ที่ใกล้เคียงไทยมากน่าจะเป็น “เมียวดี” ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด จ.ตาก ของเรา และอีกเมืองที่ห้ามมองข้ามคือ “พะอัน” เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง ที่ตั้งเป้าบูมอุตสาหกรรมทุกกลุ่มที่ช่วยสร้างอาชีพให้แก่คนท้องถิ่น พร้อมจะให้สิทธิประโยชน์มากขึ้น หากอุตสาหกรรมที่จะลงทุนเอื้อต่อชุมชนอย่างแท้จริง
ที่ผ่านมาเมียนมาได้นำเข้าสินค้าจำพวกเครื่องจักรต่างๆ มากขึ้น และคาดว่าจะมากขึ้นอีกในอนาคต เพื่อเดินหน้าการลงทุนอุตสาหกรรมการผลิตอย่างเต็มที่ ซึ่งมีทั้งผลิตป้อนตลาดในประเทศและส่งออก เพราะนักลงทุนต่างชาติได้อาศัยสิทธิประโยชน์ด้านภาษีจีเอสพีส่งออกไปยังตลาดประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหภาพยุโรปและญี่ปุ่น
การเลือกตั้งครั้งล่าสุดในเมียนมายังทำให้หลายฝ่ายประเมินว่า สหรัฐอเมริกาอาจจะคืนสิทธิพิเศษทางการค้าให้แก่เมียนมา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงในเร็ววันนี้ ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งแต้มต่อสำคัญของเมียนมา
ก่อนที่เมียนมาจะเป็นฐานผลิตสินค้าสำคัญแห่งใหม่ ไทยก็ต้องเร่งคิดปรับตัวให้พร้อมรับกับความท้าทายเหล่านี้ คิดแค่ขายสินค้าให้ชาวเมียนมาอย่างเดียวคงไม่ไหวแล้ว







