posttoday
ปรับกลยุทธ์ สไตล์ซีคอนโฮม

ปรับกลยุทธ์ สไตล์ซีคอนโฮม

13 พฤศจิกายน 2558

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

คร่ำหวอดในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานและกุมบังเหียน บริษัท ซีคอนโฮม หนึ่งในผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านของเมืองไทยมานานกว่า 10 ปี สำหรับ ศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ กับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ และถือได้ว่าเข้ามาพลิกบทบาทและสร้างสีสันอย่างมากให้กับซีคอนโฮมที่อยู่ในตลาดมานานถึง 54 ปี และจะครบ 55 ปี ในปี 2559 นี้

ในฐานะผู้ประกอบการขนาดกลางที่มีรายได้หลัก 1,000 ล้านบาท ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้านทั้งจากรายใหญ่ รายกลางด้วยกันไปจนถึงรับเหมารายย่อย ทำให้ซีคอนโฮมต้องคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ๆ มาทำตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ศุภิชชา กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ที่มีกำลังซื้อและมีที่ดินพร้อมปลูกสร้างบ้านอาจชะลอการตัดสินใจลงเงินการปลูกสร้างออกไป แม้ว่าขณะนี้จะเริ่มมีความหวังจากเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐที่จะทำให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทำให้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อในทิศทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกันหากเมกะโปรเจกต์ของภาครัฐเกิดขึ้นจริง จะทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานอีกครั้งในภาคอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นผู้ประกอบการควรเร่งหากลยุทธ์ปรับตัวเพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาดังกล่าว

ยกตัวอย่างการปรับตัวของซีคอนโฮมในช่วงที่ผ่านมา ได้ดำเนินการทั้งด้านการผลิตและการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถยืนหยัดอยู่ได้ภายใต้ปัจจัยลบ โดยในการผลิตได้นำผนังสำเร็จรูป นวัตกรรมใหม่ Bearing Wall มาใช้เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน

ทั้งนี้ เพราะ Bearing Wall จะช่วยลดระยะเวลาก่อสร้างบ้านให้สร้างเสร็จเร็วขึ้นและใช้แรงงานน้อยลง รวมทั้งยังลดปัญหาฝุ่น มลพิษในไซต์งานก่อสร้างด้วย นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าระบบก่ออิฐฉาบปูน

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในองค์กร เช่น ระบบ ERP ที่นำใช้มากว่า 5 ปี เพื่อปรับปรุงระบบบการทำงานภายในให้รวดเร็ว ถูกต้อง และล่าสุด คือ การปรับปรุงสำนักงานขายสาขาต่างๆ ให้เป็นศูนย์รับสร้างบ้านแบบเต็มตัวให้บริการแบบ One Stop Service บริการครบทุกอย่างในที่เดียว เพื่อให้ลูกค้าประหยัดเวลา ซึ่งศูนย์รับสร้างบ้านสามารถบริหารงานได้อย่างอิสระภายใต้นโยบายการทำงานจากสำนักงานใหญ่

อีกกลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อลดปัญหาแรงงานขาดแคลน คือ การกระจายความเสี่ยงจากการจ้างผู้รับเหมาเพียงรายเดียว มาเป็นการแยกจ้างงานในแต่ละส่วนให้ผู้รับเหมาหลายราย เช่น งานไฟฟ้า งานประปา ก่ออิฐฉาบปูน เป็นต้น และมีการป้อนงานให้กับผู้รับเหมาอย่างต่อเนื่องจะทำให้ลดปัญหาในส่วนนี้ไปได้

“เรามีประสบการณ์แรงงานขาดแคลนในวงการก่อสร้าง จากเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลเมื่อก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิและรถไฟฟ้ามาแล้ว ทำให้เชื่อว่าหากผู้ประกอบการเตรียมแผนรับมือไว้จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเหมือนครั้งก่อน”

ในด้านการตลาดก็ไม่หยุดนิ่งเช่นกัน เพราะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจสร้างบ้านได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดโรดโชว์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าเดินเข้ามาหา การจัดอีเวนต์ เช่น แจกทองคำแท่งมูลค่า 1 ล้านบาท และทองคำอีกหลายรางวัลที่มีมูลค่า 2 ล้านบาท ซึ่งจะจบแคมเปญวันที่ 27 ธ.ค.ปีนี้

“ในปีหน้าเราจะครบรอบ 55 ปี จะมีแคมเปญใหญ่ออกมาตอบแทนลูกค้า รับรองว่าใหญ่จริง ต้องรอดูกัน”

ขณะเดียวกันจากสถานการณ์ตลาดบ้านราคา 12-15 ล้านบาท ของกลุ่มเจ้าของกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมเริ่มลดลง ทำให้บริษัทต้องปรับตัวด้วยการหันมาจับกลุ่มลูกค้าบีทูบีเพิ่มขึ้น โดยเริ่มมาตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา เน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่มีความพร้อมและกลุ่มบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งพัฒนาแบบบ้านใหม่ขึ้นมารองรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว

ปัจจุบันซีคอนโฮมมีลูกค้าในกลุ่มบีทูบีแล้วหลายโครงการ อาทิ การร่วมกับบริษัท แนชเชอรัล ลิฟวิ่ง พร็อพเพอร์ตี้ เพื่อสร้างบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์สำหรับลูกค้าโครงการมิราเคิลส์ไฟว์ เขาใหญ่ และยังมีงานในโครงการ The Estate ทาวน์โฮม ขนาด 50 ยูนิต/แปลง ตั้งอยู่ในซอยอ่อนนุช 46 รวมทั้งโครงการ Mayfair Residence ของบริษัท สยามเฮ้าส์ซิ่ง เป็นบ้านพักอาศัยระดับไฮเอนด์ สูง 5 ชั้น มูลค่าหลังละกว่า 60 ล้านบาท จำนวน 2 โครงการในซอยศูนย์วิจัย

นับเป็นผู้ประกอบการอีกรายที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อยืนหยัดต่อไปอย่างมั่นคงในธุรกิจรับสร้างบ้านมูลค่ารวมเกือบหมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ