
ให้บริการผ่านเว็บไซต์
โดย...สมชาย ชูเกตุ
โดย...สมชาย ชูเกตุ
ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าหรือให้บริการมีช่องทางให้ผู้ซื้อค้นคว้าได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ต้องเสียเวลาไปดูสินค้าหรือบริการจริงๆ ทำให้ลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายไปมิใช่น้อย การใช้อินเทอร์เน็ตจึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก สามารถสั่งซื้อสินค้าที่ไม่มีขายในประเทศไทยโดยไม่ต้องเดินทางไปดูด้วยตนเอง สะดวกเป็นอย่างยิ่ง
การนำเว็บไซต์มาให้บริการหรือขายสินค้า มีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ เว็บไซต์ที่ให้บริการรับโฆษณาขายสินค้าหรือให้บริการ ผู้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการ
เจ้าของเว็บไซต์ที่มิได้ขายสินค้าหรือให้บริการ แต่ได้ให้บริการข้อมูลข่าวสารโดยรับโฆษณากับผู้ที่ต้องการขายสินค้าหรือให้บริการมีรายได้จากค่าโฆษณา ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้มีภาษีตามประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้อง 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และอากรแสตมป์
ภาษีเงินได้
เจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องนำเงินได้ค่าโฆษณาที่เกิดขึ้นในรอบปีภาษีไปเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง โดยครึ่งปีแรก ต้องนำค่าโฆษณาไปเสียภาษีครึ่งปี ยื่นแบบเสียภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.94 ได้ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.ของปีเดียวกัน และเมื่อสิ้นปี ต้องนำรายได้ทั้งปีไปยื่นแบบเสียภาษีด้วยแบบ ภ.ง.ด.90 ได้ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.ของปีถัดไป สามารถนำภาษีที่ชำระครึ่งปีมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระประจำปีภาษีได้
เจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนำรายได้ค่าโฆษณาที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีไปรวมคำนวณหากำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เจ้าของเว็บไซต์ที่ให้บริการโฆษณา หากมีรายรับที่ยังไม่ได้หักรายจ่ายใดๆ ในปีภาษีหรือรอบระยะเวลาบัญชี เกินกว่า 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี และมีความประสงค์จะจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ (***กรณีผู้จ่ายเงินได้จ่ายค่าโฆษณาให้แก่เจ้าของเว็บไซต์ที่ให้บริการที่อยู่ในต่างประเทศ ถ้าได้นำผลการโฆษณามาใช้ในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินได้ค่าโฆษณาต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.36 )
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช้บริการโฆษณาขายสินค้าหรือให้บริการทางเว็บไซต์ เมื่อจ่ายเงินค่าโฆษณาให้แก่เจ้าของเว็บไซต์ที่ประกอบการในประเทศไทย ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 หากผู้ใช้บริการโฆษณาเป็นบุคคลธรรมดา เมื่อจ่ายเงินได้ค่าโฆษณา ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด
อากรแสตมป์
การรับโฆษณาสินค้าหรือบริการทางเว็บไซต์ เป็นการรับจ้างทำของอย่างหนึ่ง การทำสัญญารับจ้างโฆษณาสินค้าหรือให้บริการ เจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นผู้รับจ้างโฆษณาต้องเสียอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาทเจ้าของเว็บไซต์ที่ให้บริการโฆษณาและผู้จ่ายเงินได้ค่าโฆษณา มีหน้าที่เสียภาษีและนำส่งภาษีตามที่กล่าวมาข้างต้น สวัสดีครับ







