posttoday
ซอฟต์โลนแสนล้าน ธุรกิจรายเล็กเอื้อมไม่ถึง

ซอฟต์โลนแสนล้าน ธุรกิจรายเล็กเอื้อมไม่ถึง

12 พฤศจิกายน 2558

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

ผ่านมาได้ประมาณ 3 สัปดาห์แล้วสำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน วงเงิน 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ที่รัฐบาลใช้สภาพคล่องของธนาคารออมสินปล่อยกู้ให้แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและธนาคารพาณิชย์ รวม 18 แห่งที่เข้าโครงการ ในอัตราดอกเบี้ย 0.1% ต่อปี เพื่อนำไปปล่อยกู้โดยตรงให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 4% ต่อปี โดยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นรัฐบาลจะต้องนำเงินภาษีประชาชนไปจ่ายชดเชยค่าใช้จ่ายให้แก่ธนาคารออมสินต่อไปความคืบหน้าล่าสุด ธนาคารออมสิน แจ้งว่า ขณะนี้มีธนาคารในโครงการยื่นขอใช้ซอฟต์โลนมาแล้วกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท และธนาคารออมสินอยู่ระหว่างทยอยอนุมัติเบิกจ่ายเป็นเงิน 2,000 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วมีการขอสินเชื่อราว 10 ล้านบาท/ราย

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งออกมาประกาศว่า ได้เริ่มปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีไปแล้วแห่งละหลายพันล้านบาท ปรากฏว่าได้มีเสียงร้องเรียนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านสื่อช่องทางโซเชียลมีเดียและศูนย์ร้องเรียนของภาครัฐ ว่า ได้รับการปฏิเสธการให้สินเชื่อในโครงการนี้ ด้วยวิธีการที่สถาบันการเงินยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติมจากหลักเกณฑ์ปกติ ได้แก่ การเรียกค่าจัดหาวงเงิน (Front End Fee) มีอัตราตั้งแต่  1-3% หรือยอดวงเงินกู้ที่จะได้รับอนุมัติขึ้นกับนโยบายของแต่ละธนาคารและแต่ละสาขา

นอกจากนี้ ยังมีเงื่อนไขเสนอให้ทำประกันชีวิตในวงเงินที่สูง เพื่อเป็นการประกันการจ่ายเงินให้กับธนาคาร การถูกเรียกหลักประกันเสมือนเป็นการกู้เงินตามปกติ แม้โครงการนี้ทางกระทรวงการคลังจะชูเรื่องให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. เข้ามาช่วยเสริมเรื่องหลักประกันให้เอสเอ็มอี แต่ในทางปฏิบัติหากเอสเอ็มอีรายไหนไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือหลักประกันที่มีอยู่ หากประเมินแล้วไม่คุ้มมูลหนี้ ธนาคารที่เข้าโครงการก็จะไม่พิจารณาสินเชื่อซอฟต์โลนให้

ขณะที่เมื่อลงลึกในรายละเอียดจะพบว่าสถาบันการเงินที่ได้ซอฟต์โลนไปส่วนใหญ่เป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และส่งแต่เอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้ารายใหญ่เข้ามาขอวงเงิน ขณะที่เอสเอ็มอีรายย่อยจะมีอัตราการถูกธนาคารปฏิเสธการขอสินเชื่อมากกว่า

นอกจากนี้ โครงการซอฟต์โลนยังส่งผลกระทบข้างเคียง ส่งผลกระทบต่อพอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ อย่างเช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. อีกด้วย เพราะลูกค้าเอสเอ็มอีที่กิจการดี กิจการเริ่มมีความเข้มแข็งแล้ว ถูกธนาคารพาณิชย์ดึงไปใช้สินเชื่อซอฟต์โลนแล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ในพื้นที่ภาคใต้

สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้มีประเด็นที่จะต้องจับตาว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมาเพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายเล็กรายย่อยที่ขาดสภาพคล่องไม่มีเงินหมุนเวียน แต่ในทางปฏิบัติไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปกำกับดูแล แม้ว่าก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้สั่งการให้มีการรายงานตัวเลขยอดคำขอสินเชื่อและการอนุมัติวงเงิน เพื่อแถลงต่อสาธารณะทุกสัปดาห์ แต่ผ่านมาแล้ว 3 สัปดาห์ก็ยังไม่สามารถรายงานได้ ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ผลของโครงการนี้ได้ เพราะมีเส้นตาย คือ ปิดยื่นคำขอภายในสิ้นปีนี้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ผลที่ออกอาจจะไม่ได้ตามเป้าหมาย

เพราะหากวิเคราะห์จากยอดปล่อยกู้ 2,000 ล้านบาท ที่ธนาคารออมสินรายงานเบื้องต้นว่า ผู้ที่ได้ซอฟต์โลนเฉลี่ยมีวงเงินกู้ประมาณ 10 ล้านบาท/ราย แสดงว่าโครงการนี้ยังไม่บรรลุเป้าหมายที่ต้องการให้ช่วยเอสเอ็มอีรายย่อยๆ ได้ ทั้งกลุ่มที่เป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็กหรือกลุ่มที่ตั้งใจจะประกอบธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการใช้ซอฟต์โลน

ขณะที่รัฐบาลเคยประกาศเป้าหมายการให้ซอฟต์โลนครั้งนี้ไว้ โดยคาดว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีเงินหมุนเวียนเพื่อดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่องจำนวน 6 หมื่นราย หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่อเฉลี่ยต่อรายอยู่ที่ 3.3 ล้านบาท และสามารถรักษาสภาพการจ้างงานได้ประมาณ 2.4 แสนราย หรือเฉลี่ย 4 คน/1 รายธุรกิจ นอกจากนี้ยังจะส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 1.94 ล้านล้านบาท

เมื่อเอสเอ็มอีรายเล็กไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ สุดท้ายโครงการซอฟต์โลนแสนล้านบาทก็จะกลายเป็นโครงการที่เอาภาษีของประชาชนไปอุ้มธุรกิจที่ี่แข็งแรงอยู่แล้ว ให้มีต้นทุนดอกเบี้ยต่ำลงเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69