
เศรษฐา-โอภาส ประเมินตลาด ภาพรวมยังดี แต่บางทำเลเริ่มเสี่ยง
แม้คอนโดมิเนียมจะเป็นที่สินค้าฮอตฮิตสำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อความต้องการมากขึ้น อีกด้านหนึ่งย่อมปั่นซัพพลายให้สูงตามขึ้นไปด้วย จนหลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าในไม่ช้าไม่นานนี้ตลาดคอนโดมิเนียมจะถึงคราวล้นตลาด ด้วยจำนวนคอนโดมิเนียมทั้งที่จะเปิดขายใหม่และสต๊อกเก่ามีรวมกันเป็นแสนหน่วย ขณะที่ความต้องการซื้อก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะวิ่งตามทันหรือไม่
ตลาดจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ 2เจ้าสำนักใหญ่ในตลาดคอนโดมิเนียม ได้แก่ เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ และโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จะมาเป็นผู้ให้ความกระจ่างของตลาดคอนโดมิเนียม และตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม
เศรษฐา ประเมินภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยยังมั่นใจว่า ในปีนี้อัตราการขยายตัวจะสูงกว่าปีก่อนประมาณ 10% แม้ว่าในช่วง 2 เดือน ของไตรมาส 2 ของปี คือเดือน เม.ย.พ.ค. ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับปัญหาทางการเมืองรุนแรง แต่หลังจากเหตุการณ์ทางการเมืองสงบกำลังซื้อก็ฟื้นตัวคืนมา เหมือนกับการชุมนุมทางการเมืองในช่วงเดือน เม.ย.ปีก่อน ที่พัทยาและ กทม. แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์ไปแล้วภาวะตลาดก็ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ
ในตลาดคอนโดมิเนียมที่มีจำนวนซัพพลายค่อนข้างหนาแน่นในเวลานี้ โอภาส ยังมีความเชื่อว่าโดยภาพรวมของตลาดคอนโดมิเนียมจะยังอยู่ในภาวะที่ไม่ล้นตลาด โดยดูจากซัพพลายรวมและอัตราการดูดซับ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนหันมาซื้อคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรก และเลือกซื้อบ้านชานเมืองเป็นบ้านหลังที่สอง ทำให้ปัจจุบันคอนโดมิเนียมกินส่วนแบ่งตลาดที่อยู่อาศัยไปแล้วกว่า 50%
แต่ถ้าหากเจาะลึกลงไปในบางทำเลก็ต้องยอมรับว่ามีโอกาสเสี่ยงอยู่เช่นกัน ตัวอย่างเช่น คอนโดมิเนียมเกาะแนวรถไฟฟ้าในระดับกลางบน ราคา 78 หมื่นบาทต่อ ตร.ม.ขึ้นไป เพราะเป็นทำเลที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ลงมาเล่นในตลาดจำนวนมาก รวมถึงผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดมาค่อนข้างมาก ต่างชูจุดขายทำเลใกล้รถไฟฟ้าทำให้มีซัพพลายออกมามาก แต่ราคาค่อนข้างสูงจากต้นทุนที่ดินที่ต้องแย่งซื้อกันอย่างดุเดือดทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่สูงขึ้น ขณะที่ในปีหน้าตลาดระดับกลางล่าง ราคาประมาณ 35 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. จะแข่งขันกันมากขึ้น เพราะมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น
ขณะที่ เศรษฐา เห็นว่าตลาดในปีนี้จะตกเป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ เมื่อมีการเปิดตัวโครงการใหม่ค่อนข้างมากมาแย่งส่วนแบ่งการตลาดของผู้ประกอบการรายกลางและรายเล็ก โดยที่ผู้ประกอบการรายเล็กต้องเผชิญกับปัญหาสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ หรือถ้าปล่อยสินเชื่อให้ก็จะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ทำให้เกิดการเสียเปรียบในการทำตลาด
เมื่อผู้ประกอบการรายใหญ่แข่งกันอย่างเต็มตัว ใครอยู่ในตลาดคอนโดมิเนียมนับจากนี้โปรดอย่ากะพริบตา







