posttoday
เหมราชฯโหมขายหุ้นกู้5พันล.

เหมราชฯโหมขายหุ้นกู้5พันล.

20 กรกฎาคม 2553

 

ตุนเงินลุยลงทุนหนุนธุรกิจโต MBKออก3พันล.ดอกเบี้ย3%

โพสต์ทูเดย์ — เหมราชฯ ติดใจหุ้นกู้ จ่อขายอีก 2,300 ล้านบาท หนุนระดมเงินจากตราสารหนี้เฉียด 5,000 ล้านในปีนี้ ด้านเอ็ม บี เค ขาย 3,000 ล้าน แจก 3%

นับตั้งแต่ต้นปี 2553 ถึงปัจจุบันบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) ได้ออกหุ้นกู้รวมแล้วทั้งสิ้น 2,650 ล้านบาท โดยครั้งแรกเสนอขายเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา วงเงิน 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นกู้อายุ 3 ปี วงเงิน 600 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 4.50% และวงเงิน 400 ล้านบาท อายุ 4 ปี จ่ายดอกเบี้ย 4.90% ส่วนครั้งที่ 2 ขายหุ้นกู้เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2553 วงเงินรวม 1,650 ล้านบาท แบ่งเป็น อายุ 3 ปี วงเงิน 150 ล้านบาท จ่ายดอกเบี้ย 4.50% อายุ 5 ปี วงเงิน 1,500 ล้านบาท โดยจ่ายดอกเบี้ยปีที่ 13 ปี จ่ายอัตรา 4.90% ปีที่ 4 จ่ายดอกเบี้ย 5.80% และปีที่ 5 จ่าย 6.50%

รายงานข่าวจากบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน แจ้งว่า ในวันที่ 1921 ก.ค.นี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกัน อายุ 7 ปี วงเงิน 2,300 ล้านบาท ให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่

ทั้งนี้ หุ้นกู้ชุดนี้จะจ่ายดอกเบี้ยในปีที่ 13 ในอัตรา 4.90% ปีที่ 46 แจก 6% ปีที่ 7 จ่ายดอกเบี้ย 6.50%

สำหรับวัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ลงทุนในโครงการต่างๆ รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนด้วย

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค (MBK) ซึ่งดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าเอ็ม บี เค (มาบุญครอง) และโรงแรม กล่าวว่า บริษัทได้ขายหุ้นกู้วงเงิน 3,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ย 3% ต่อปี โดยเสนอขายให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ ซึ่งหุ้นกู้ชุดนี้จะจ่ายดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน

ขณะที่วัตถุประสงค์ในการขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เพื่อนําไปชําระคืนหนี้ นําไปใช้ในการลงทุน และหรือประกอบธุรกิจทั่วไป

ด้านการออกหุ้นกู้ครั้งนี้บริษัทจะต้องปฏิบัติภายใต้เงื่อนไข คือ จะต้องดํารงอัตราส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ดี/อีโรโช) ในงบการเงินรวมอัตราส่วนไม่เกิน 2 ต่อ 1 เท่า และดำรงอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยสำหรับรอบระยะเวลา 12 เดือน เป็นอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 4 ต่อ 1 เท่า

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 มี.ค. 2553 บริษัทมีอัตราส่วนของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันสิ้นไตรมาส เท่ากับ 0.54 ต่อ 1 เท่า และมีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (EBITDA to Interest) สำหรับรอบระยะเวลา 12 เดือน สิ้นสุด ณ วันสิ้นงวดบัญชีรายไตรมาส เท่ากับ 10.2 ต่อ 1 เท่า

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ต้นปี 2553 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างได้ยื่นไฟลิงขอเสนอขายหุ้นกู้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.26 หมื่นล้านบาท โดยมี 9 บริษัทที่ขายหุ้นกู้ เช่น บริษัท แสนสิริ ขาย 2,000 ล้านบาท บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) ขาย 2,500 ล้านบาท บริษัท ศุภาลัย (SPALI) ขาย 1,000 ล้านบาท

บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) 500 ล้านบาท บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) ขาย 1,500 ล้านบาท และบริษัท ช.การช่าง (CK) ขาย1,100 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69