
LPNรายได้ทุบสถิติทุกไตรมาส
โพสต์ทูเดย์
— แอล.พี.เอ็น.ฯ คุย นับตั้งแต่ไตรมาส 2 ถึงสิ้นปียอดรับรู้รายได้รายไตรมาสทุบสถิติตั้งแต่ตั้งบริษัทมา 21 ปี ทั้งปีนี้เพิ่มเป้าขายเป็น 1.5 หมื่นล้านบาท บอร์ดนัด 5 ส.ค. หารือจ่ายปันผลกลางปีนายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) เปิดเผยว่า ไตรมาส 2 ปีนี้คาดว่ายอดรับรู้รายได้ของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา 21 ปี โดยจะรับรู้รายได้เกิน 2,600 ล้านบาท ที่ตั้งเป้าหมายไว้
อย่างไรก็ตาม ยังคงเป้าหมายรับรู้รายได้ปีนี้ไว้ที่ 9,600 ล้านบาท เนื่องมาจากการใช้มาตรฐานบัญชีใหม่รับรู้รายได้จริงตามยอดโอน แต่ได้มีการปรับเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 1.3 หมื่นล้านบาท เป็น 1.5 หมื่นล้านบาท ในปีนี้
เนื่องมาจากในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ บริษัทสามารถทำยอดขายได้แล้ว 8,600 ล้านบาท ล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถขายคอนโดมิเนียมลุมพินี เพลส พระราม 9 เฟส 2 ได้อีก 2,000 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการทั้งหมด 2,500 ล้านบาท และล่าสุดกำลังซื้อที่ดิน 14 ไร่ ถนนพระราม 3 ตัดแยกสาธุประดิษฐ์เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มเปิดขายเดือน ก.ย.2553
นอกจากนั้น กำลังหาซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างคอนโดมิเนียมในปีนี้อีก 1 โครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท
“
แผนงานที่เราจะลงทุนต่อไปน่าจะทำให้ยอดขายไตรมาส 3 ทำสถิติสูงสุดอีกเช่นกัน เพราะโครงการริมน้ำเจ้าพระยาพระราม 3 จะเป็นโครงการไฮไลต์ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา โดยเริ่มต้นยูนิตละ 1.6 ล้านบาท ขนาดห้อง 28 ตารางเมตรขึ้นไป”จากนั้นไตรมาส 4 บริษัทจะทำสถิติรายได้สูงสุดอีกครั้งหนึ่งจากการรับรู้รายได้ 4,000 ล้านบาท จาก 4 โครงการใหญ่ คือ ลุมพินีคอนโดทาวน์ รามอินทรา นวมินทร์ ลุมพินี วิลล์ ลาดพร้าวโชคชัย 4 ลุมพินี วิลล์ ราษฎร์บูรณะริเวอร์วิว และลุมพินีคอนโดทาวน์ บางแค
ทั้งนี้ ยังมีโครงการในมือที่รอรับรู้รายได้ในปีหน้าอีก 11,360 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มดอกเบี้ยที่พลิกเป็นขาขึ้นนั้น นายโอภาส กล่าวว่า จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการขาย เพราะโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทเป็นโครงการที่ผู้ซื้อมีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง โดยปัจจุบันลูกค้า 80% เป็นผู้อยู่อาศัยส่วนที่เหลือเป็นผู้ลงทุน
หากดอกเบี้ยขึ้น 1% สำหรับเงินกู้ 1 ล้านบาทจะส่งผลให้ผู้กู้เสียดอกเบี้ยเพิ่มเดือนละ 600 บาท ขณะที่เจ้าของโครงการไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะส่วนใหญ่ออกหุ้นกู้ล็อกดอกเบี้ยไว้แล้ว โดยหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท ของบริษัทกำลังอยู่ระหว่างให้บริษัท ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตก่อนออกขายต้นปีหน้า หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนคาดว่าจะเป็นหุ้นกู้อายุไม่เกิน 5 ปี โดยต้นทุนดอกเบี้ยปัจจุบันของบริษัทที่อยู่ในอัตรา 4.5%
วันที่ 5 ส.ค.นี้ จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติจ่ายเงินปันผลงวด 6 เดือนแรกปีนี้ ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่จ่ายปันผลระหว่างกาลมา 3 ปีแล้ว โดยปกติปันผลระหว่างกาลจะจ่ายไม่เกิน 30% ของปันผลรวมทั้งปีจาก 3 ปีที่ผ่านมาจ่ายหุ้นละ 10 สตางค์ 12 สตางค์ และ 14 สตางค์ ตามลำดับ







