posttoday
3 คำถามการเงินต้องรู้

3 คำถามการเงินต้องรู้

11 พฤศจิกายน 2558

โดย...ศาสตรา มังกรอัศวกุล

โดย...ศาสตรา มังกรอัศวกุล

แนวคิดและองค์ความรู้เรื่องการเงินมีมากมาย บางทีมีมากจนคนธรรมดาๆ ไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะด้วยเนื้อหาการเงินที่ยาก การอธิบายที่ซับซ้อน หรือความคิดที่ว่าการจัดการเงินคงเป็นเรื่องของคนรวยหรือคนที่เรียนมาทางการเงินเท่านั้น ความเชื่อพวกนี้จึงทำให้คนชนชั้นกลางรู้สึกว่าเรื่องการเงินเป็นเรื่องไกลตัว ทั้งๆ ที่เรื่องการเงินเป็นเรื่องของคนทุกคนที่ต้องดูแลและจัดการให้เหมาะสมกับตนเอง

วันนี้ K-Expert จึงมีคำถามการเงินที่จริงๆ แล้วไม่ว่าใครควรจะตอบให้ได้ ไม่จำเป็นต้องมีเงินเยอะหรือมีความรู้มากมาย แต่ถ้าตอบไม่ได้ควรหาข้อมูลหรือหาคนปรึกษาเพิ่มเพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม

1.มีรายได้เพียงพอกับรายจ่ายหรือไม่ คำถามนี้อาจจะดูตรงไปตรงมาและง่ายที่จะตอบ แต่เป็นคำถามแรกที่ถ้าผ่านไปไม่ได้ เราคงไม่สามารถนำเงินไปบริหารจัดการอย่างอื่นได้ การที่เราจะมีเงินรายได้มากกว่ารายจ่ายจริงๆ แล้ว สำหรับบางคนยังยากอยู่ ซึ่งเราต้องจัดการดังนี้

ถ้ารายจ่ายมากกว่ารายได้ คำถามคือรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดคืออะไร และเราลดมันลงอีกได้มั้ย บางคนพบว่ารายจ่ายส่วนใหญ่มาจากการไปทานอาหารนอกบ้าน ซึ่งถ้าเรารู้ตัวเราอาจจะควบคุมมันได้ง่ายขึ้น

ถ้าเรามีรายได้มากกว่ารายจ่าย แต่ยังมีหนี้สินเชื่อผู้บริโภคค้างชำระ หรือผ่อนขั้นต่ำอยู่ เช่น หนี้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด แบบนี้เรียกว่ายังมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เพราะดอกเบี้ยสินเชื่อผู้บริโภคมีอัตราถึง 20-28% ดังนั้น เราควรปิดยอดหนี้ค้างชำระของหนี้ประเภทนี้ก่อน และจ่ายเต็มจำนวนทุกครั้งที่มีการใช้ เพื่อไม่ให้เกิดภาระดอกเบี้ย

สำหรับหนี้ประเภทที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน เช่น หนี้บ้านและหนี้รถ ถือว่าเป็นหนี้ประเภทที่พอยอมรับได้ เพื่อเติมเต็มความต้องการของชีวิตและเมื่อมีบ้านและรถค้ำประกัน จึงทำให้ดอกเบี้ยไม่สูงมากนัก โดยระดับการชำระหนี้ที่เหมาะสมและไม่เป็นภาระมากจนเกินไปคืออยู่ที่ 40% ของรายได้ต่อเดือน

ถ้ามีรายได้เพียงพอกับรายจ่ายแล้ว ต้องถามตัวเองต่อว่าแล้วมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ว่าจะค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่าย อื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งปกติเราควรจะมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินประมาณ 6 เท่าของค่าใช้จ่ายประจำเดือน และเก็บไว้ในรูปแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีสภาพคล่องสูง

2.มีการนำเงินที่เหลือจากใช้จ่ายไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนตามที่ต้องการหรือไม่ มีประชาชนอยู่ไม่น้อยที่เมื่อถามว่าตอนนี้เงินที่เหลือจากใช้จ่ายและฉุกเฉินของเรา เราเอาไปทำอะไร ได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ หลายคนตอบไม่ได้ รู้แต่เพียงว่าก็อยู่ในออมทรัพย์ หรืออยู่ในเงินฝากประจำดอกเบี้ยสูง ดังนั้นสิ่งที่เราควรดำเนินการคือ

ถามตัวเองว่าต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนเท่าไหร่ เพื่อตอบโจทย์ของตนเอง เช่น เกษียณ การศึกษาบุตร หรือเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น

ในกรณีที่เราไม่รู้จะตั้งเป้าหมายผลตอบแทนเท่าไหร่ K-Expert แนะนำว่าอย่างน้อยไม่ควรต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ เพื่อให้เงินของเราโตไปตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งจากสถิติย้อนหลังที่ผ่านมา เงินเฟ้ออยู่ประมาณ 3%

รวบรวมข้อมูลเงินที่เรามีทั้งหมดมาดูว่าปัจจุบันจัดสรรไปอยู่ที่ไหน และแต่ละแหล่งได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ ซึ่งผลตอบแทนดังกล่าวจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่เราตั้งไว้หรือไม่ ถ้าไม่ เราจะปรับสัดส่วนอย่างไร

เมื่อเราต้องการปรับสัดส่วนการลงทุน เราต้องเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละประเภทว่าให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงที่เหมาะกับเราหรือไม่ แล้วปรับตามความเหมาะสม

3. คำถามสุดท้ายคือในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน และเรามีภาระรวมถึงครอบครัวต้องดูแล เรามีวิธีการรับมืออย่างไร

วิธีการรับมือความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือ โอนความเสี่ยงไปให้คนอื่น หรือการทำประกัน ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วประกันกลับเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรมี ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุเพื่อค่ารักษาพยาบาล หรือประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองให้ครอบครัวที่เราต้องดูแลให้สามารถดำเนินชีวิตไปได้ หรืออย่างน้อยก็ลดผลกระทบลงได้บ้าง

แล้วเราควรทำประกันชีวิตเท่าไหร่ โดยทั่วไป K-Expert แนะนำทุกคนทำประกันในวงเงินคุ้มครองอย่างน้อย 3 เท่าของรายได้ต่อปี ซึ่งคิดคร่าวๆ แล้วครอบครัวจะสามารถนำไปใช้จ่ายได้อีกประมาณ 5 ปี ซึ่งเพียงพอต่อการปรับตัวเพื่อดูแลตนเอง หรือหากมีภาระหนี้ต่างๆ อยู่ เงินนี้ก็สามารถช่วยแบ่งเบาภาระที่หนี้จะตกไปอยู่กับครอบครัวได้

การไม่วางแผนหรือจัดการการเงินเพราะเรื่องเงินยาก หรือไม่มีความรู้เป็นเพียงข้ออ้าง หากเรายังตอบคำถามพื้นฐาน 3 ข้อนี้ได้ไม่ชัดเจน การที่เราจะใช้ชีวิตให้ดีกว่าปัจจุบันอาจจะทำได้ไม่ง่ายนัก และหลายคนอาจจะต้องเหนื่อยกับการทำงานและสุดท้ายก็ยังมีปัญหาการเงินอยู่ดี ถ้ารู้ตัวว่าไม่มีความรู้ควรแบ่งเวลาหาความรู้หรือหาที่ปรึกษา เพื่อตอบคำถามเหล่านี้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าวันนี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ