
วิบากกรรม 3.9จี ถนนนี้ยังมี 'ขวากหนาม'
ยิ่งใกล้เดือน ก.ย. มากขึ้นเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าความวุ่นวายเกี่ยวกับการประมูลใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ที่กำหนดให้พัฒนาไปสู่เทคโนโลยี 3.9จี ก็ยิ่งเริ่มปรากฏมากขึ้นเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็นความพยายามที่จะ
“ยื้อการประมูล” ของฝ่ายการเมืองที่นำโดยกระทรวงการคลัง ที่เสนอโมเดลยกเลิกสัญญาร่วมการงานกับเอกชนทั้งสามราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ และออกไลเซนส์มือถือ 2จี ใหม่นาน 15 ปี จ่ายส่วนแบ่งรายได้ 12.5% เหมือนกันทุกราย ด้วยเหตุผลที่สวยหรูคือ เพื่อความเท่าเทียมกันอย่างไรก็ตาม การเลิกสัญญาสัมปทานและออกไลเซนส์ 2จี ใหม่นั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ถึงการเปิดประมูล 3จี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีเสียงคัดค้านที่จะออกมาในรูปของการฟ้องศาลปกครองในประเด็นอำนาจหน้าที่ของ กทช.ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ กทช.ไม่มีสิทธิออกไลเซนส์ 3จี รวมไปถึงอายุของ กทช. 3 ท่านที่กำลังจะหมดวาระในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งอาจทำให้ กทช. ไม่สามารถตัดสินใจดำเนินการใดๆ ได้อีก
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น
“ขวากหนาม” ของการประมูล 3จี ที่ใกล้จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึง 2 เดือน และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การประมูล 3จี จะถูกถ่วงเวลาให้เกิดในประเทศไทยช้าที่สุดทั้งนี้ เพราะ 3จี ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแค่ซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงผลประโยชน์มหาศาลของประเทศ ที่ใช่ว่าประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศจะเป็นผู้ตัดสิน แต่การที่ 3จี จะได้แจ้งเกิดหรือไม่นั้นล้วนมาจาก
“อำนาจที่มองไม่เห็น” ทั้งสิ้นเพราะหากไม่เป็นเช่นนั้น มั่นใจว่าขณะนี้คนไทยเกิน 1 ล้านคน คงได้มีโอกาสใช้ 3จี ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ประเทศไทยมี กทช. ตัวจริง เสียงจริง เข้ามาทำหน้าที่
ดังนั้น การที่ 3จี จะได้แจ้งเกิดหรือไม่นั้น จึงไม่ได้อยู่ที่ว่าประชาชนทั้งประเทศเรียกร้องให้ กทช. เดินหน้า 3จี อย่างจริงจังเสียที แต่อยู่ที่ว่าผลประโยชน์มหาศาลที่ 3จี จะเกิดหรือไม่เกิดนั้น ใครได้และใครเสีย
กว่าครึ่งทศวรรษที่ผ่านมามีความพยายามที่จะผลักดันให้ 3จี ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งขั้นตอนต่างๆ คืบหน้าไปมากแล้ว แต่กลับไปไม่ถึงการประมูล โดยสะดุดที่ กทช. 4 ท่านที่หมดวาระไปเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ทำให้เกิดข้อกังขาว่า สามารถเดินหน้าต่อได้จริงหรือ
ครั้งนี้ก็เช่นกันประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอยอีกครั้ง จากการที่ กทช. จะหมดวาระลงอีก 3 ท่าน แต่ดูเหมือน กทช. จะมั่นใจว่าทุกอย่างจะเดินหน้าไปตามกำหนดที่วางไว้ เนื่องจากครั้งนี้ กทช.ที่เหลืออยู่เป็นเสียงข้างมาก ต่างจากครั้งที่แล้วที่ กทช.ที่เหลืออยู่ คือ เสียงข้างน้อย
เสียงข้างมากของ กทช. ที่มีอยู่ จึงทำให้ขณะนี้กระบวนการประมูล 3จี เดินทางใกล้เข้ามาทุกที กับรายละเอียดที่ว่าไลเซนส์ 3 ใบ ใบละ 15 เมกะเฮิรตซ์ และราคาประมูลเริ่มต้นที่ 1.28 หมื่นล้านบาท อายุไลเซนส์ 15 ปี ซึ่ง กทช.ชุดนี้มั่นใจมากว่า ทุกอย่างจะเกิดขึ้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เสียงข้างมากที่มีอยู่อาจไม่ได้แข็งแรงพอที่จะทำให้ กทช. ชุดนี้สามารถเดินหน้าประมูล 3จี ตามเป้าหมายที่วางไว้ เห็นได้ชัดเจนจากความเห็นขัดแย้งที่ออกมาเป็นระยะๆ ที่แม้ไม่ได้ทำให้ กทช. หวั่นไหวมากนัก แต่ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า กทช.จะมีแรงต้านได้อีกมากน้อยแค่ไหน
กระทรวงการคลังโมเดล คือแรงกดดันครั้งใหญ่ที่ไม่รู้ว่า กทช.จะทานได้อีกนานหรือไม่ เพราะทั้งดีแทคและทรูมูฟต่างชูแขนเชียร์คลังโมเดล ขณะที่เอไอเอสในฐานะพี่ใหญ่ยังไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยย้ำว่ารายละเอียดไม่ชัดเจนขอไม่แสดงความเห็น แต่ลึกๆ แล้วทุกคนรู้ดีว่าเอไอเอสไม่เห็นด้วย และพร้อมที่จะกระโดดเข้าสู่การประมูล 3จี เพื่อเป็นผู้เล่นรายใหญ่รายใหม่
ขณะที่ทรูมูฟและดีแทค แม้ว่าจะบอกว่าพร้อมประมูล แต่ก็รู้ว่าเป็นรองเอไอเอส อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น การหนุนคลังโมเดลเพื่อยื้อไม่ให้ 3จี เกิด แล้วมาแข่งกันในสมรภูมิ 2จี ที่ทุกคนมีอาวุธเท่าๆ กัน น่าจะเป็นการต่ออายุได้ดีกว่า การบุกเข้าสมรภูมิ 3จี
เมื่อเป็นเช่นนั้นแน่นอนว่าสิ่งที่ กทช.กำลังจะต้องเจอ คือแรงกดดันทั้งจากอำนาจที่มองเห็นและไม่เห็นที่พร้อมจะขัดขวางไม่ให้การประมูล 3จี เกิดขึ้น หรือถ่วงเวลาให้ 3จี เกิดช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้
หรือท้ายที่สุดแล้ว 3จี จะเกิดหรือไม่ อาจต้องให้
“หมึกพอล” เสี่ยงทายก็เป็นได้






