
‘โออิชิ’ยกเครื่องรับอีก2ปีขาลง
นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นและเครื่องดื่มในเครือโออิชิ เปิดเผยว่า ปี 2553 กลุ่มบริษัท โออิชิ ดำเนินธุรกิจเข้าสู่ปีที่ 11 เป็นการเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 บริษัทได้ปรับตัวครั้งใหญ่เป็นรูปธรรม โดยใช้
“นวัตกรรม” เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรครั้งสำคัญ ตั้งแต่สายการผลิตสินค้าเครื่องดื่ม อาหาร เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้าที่ได้มาตรฐานจำนวนมาก แต่ต้นทุนผลิตต่ำ เช่น การไม่ใช้แรงงานหรือบุคลากรในโรงงานมากเกินจำเป็นจากก่อนหน้านี้ บริษัทใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ โคลด์ อเซปติก ฟิลลิง (Cold Aceptic Filling) เพิ่มศักยภาพผลิตสินค้าเครื่องดื่มชาเขียวได้ 50% หรืออยู่ที่ 180 ล้านขวดต่อปี แต่ต้นทุนผลิตต่ำลง พร้อมลงทุนกว่า 1,063 ล้านบาท ขยายสายการผลิตกล่องยูเอชที เริ่มผลิตได้เดือน เม.ย. 2554
“
นโยบายดังล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนวัตกรรมด้านสายการผลิต ที่ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม แต่รวมถึงจัดการวัตถุดิบในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรีในเครือโออิชิด้วย ซึ่งช่วยให้บริษัทมีผลประกอบการบวกและกำไรต่อเนื่อง หากไม่ปรับแนวคิดธุรกิจ อาจขาดทุนไปแล้ว” นายตัน กล่าวขณะเดียวกันบริษัทยังเตรียมพัฒนาบุคลากรของบริษัท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น พร้อมมุ่งให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอทีมากขึ้น พร้อมนำเทคโนโลยี
“คิวอาร์ โค้ด” มาใช้ร่วมกับการทำธุรกิจหรือกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับผู้บริโภคสมัยใหม่มากขึ้น เซึ่งบริษัททดลองระบบตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา พร้อมจัดซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบล็คเบอรี(บีบี)ให้กับผู้บริหารของบริษัทใช้ทุกคน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการปฎิบัติงานร่วมกัน และนามบัตรของพนักงานบริษัทจะมีสัญลักษณ์ คิวอาร์โค้ด ด้วยเป็นต้นบริษัทได้ตั้งหน่วยงานใหม่
“โซเชียล เน็ตเวิร์ก มาร์เก็ตติง” ทำตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดนวัตกรรมด้านบุคลากร ที่ บริษัทต้องการเปลี่ยนทรัพยากรบุคคลถ่ายเลือดใหม่ หรือจากองค์กรคนรุ่นเก่าไปคนรุ่นใหม่ เพราะเชื่อธุรกิจจะมี 3 ช่วงอายุ รุ่นพ่อก่อตั้ง รุ่นลูกดำเนินการ และรุ่นที่ 3 ตกต่ำ เป็นวงรอบทุก 13 ปี ขณะนี้บริษัทเหลืออีก 2 ปีจะถึงวิกฤตจึงต้องเตรียมรับมือ“ส่วนตัวเชื่อว่าธุรกิจจะมี 3 ช่วงอายุคน คือ รุ่นพ่อก่อตั้ง รุ่น2 หรือ รุ่นลูกดำเนินการ และหยุดที่รุ่น3 และหากมองในภาพรวมองค์กรธุรกิจทั่วไปจะมีวิกฤตในช่วงปีที่13 ซึ่งขณะนี้บริษัทยังมีเวลาเหลืออีก2 ปีเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่องค์กรด้านนวัตกรรม ถ้าเราไม่เปลี่ยนแปลงอาจมีภันต่อองค์กรได้” นายตันกล่าวปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มชาเขียว โออิชิ กรีนที 63% จากตลาดรวม 1หมื่นล้านบาท ส่วนด้านธุรกิจร้านอาหารบริษัทมีแผนสานต่อแคมเปญ
“ซูโก้ย โซ้ยแหลก” ปีที่ 2 เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ คิง ออฟ เจแปน ต่อเนื่อง ตั้งเป้ายอดขายรวมในปี53อยู่ที่ 8,400 ล้านบาท มากกว่าปีที่แล้ว 20% m






