
แบงก์ไทยในจีนสินเชื่อหด
ลูกค้าแห่คืนหนี้สกุลเหรียญสหรัฐ ทำสินเชื่อแบงก์กรุงเทพประเทศจีนหด 1-2%
ลูกค้าแห่คืนหนี้สกุลเหรียญสหรัฐ ทำสินเชื่อแบงก์กรุงเทพประเทศจีนหด 1-2%
นายสุวัชชัย ทรงวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าสินเชื่อของธนาคารจะหดตัวประมาณ 1-2% จากที่เคยเติบโตเป็นเลข 2 หลัก โดยประเด็นหลักมาจากลูกค้าคืนหนี้ที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐมากขึ้น หลังจากจีนลดค่าเงินหยวนลงและแนวโน้มสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ลูกค้าที่เคยกู้เป็นเงินเหรียญสหรัฐ เร่งคืนหนี้ตั้งแต่เดือน ส.ค.เป็นต้นมา และมากู้เป็นเงินหยวนแทนซึ่งถูกกว่า จากการที่เงินหยวนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ดี การคืนหนี้เงินเหรียญสหรัฐถือเป็นโอกาสดีของธนาคารที่จะปรับฐานพอร์ตสินเชื่อให้เป็นสกุลเงินหยวนมากขึ้น เพื่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาว โดยปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อมีสัดส่วนที่เปลี่ยนไป มีสัดส่วนเงินกู้สกุลเงินหยวนปรับขึ้นมาเป็น 75% จากระดับกว่า 50% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ซึ่งตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนสินเชื่อสกุลเงินหยวน 80%
สำหรับภาพรวมธุรกิจที่จีนได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนบ้าง ทำให้ความต้องการสินเชื่อน้อยลง เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศลดลง จนผู้ประกอบการจีนต้องหันมาแข่งขันกันเองในประเทศ ประกอบกับราคาน้ำมันที่ลดลงมาก ส่งผลให้สินเชื่อเพื่อซื้อน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ลดลงไปด้วย
ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) คงที่ระดับต่ำเพียง 0.3% ของสินเชื่อรวม ต่ำกว่าธนาคารจีนทั้งระบบที่เอ็นพีแอลในไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.59% ขยับขึ้นจาก 1.5% เมื่อไตรมาส 2 เนื่องจากธนาคารมีความระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ และลูกค้าของธนาคารยังคงแข็งแรง
“เดิมธนาคารประมาณการเศรษฐกิจจีนปีนี้ไว้ที่ 6.8% ซึ่งใกล้เคียงกับความเป็นจริง ส่วนปีหน้าประเมินการเติบโตของจีดีพีจีนไว้ที่ 6.7% และตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตใกล้เคียงจีดีพี แม้ว่าจะมีศักยภาพเติบโตได้ 2 หลัก แต่ต้องขึ้นกับลูกค้าด้วยว่าต้องการสินเชื่อหรือไม่” นายสุวัชชัย กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารส่งเสริมให้ลูกค้าจีนออกไปลงทุนยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการผลิต แนะนำให้ย้ายฐานการผลิตไปอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบที่มีต้นทุนต่ำ และขยายตลาดใหม่ๆ อีกทั้งยังมีหลายธุรกิจที่หาช่องทางตั้งฐานการผลิตเพื่อไม่ให้ถูกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปยาง ที่ส่งเสริมให้ตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ
ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าของธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) 35% เป็นลูกค้าจีน อีก 31% เป็นลูกค้าไทย ที่เหลือเป็นลูกค้าต่างชาติ อาทิ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าจีนให้เป็น 40% ขณะที่การขยายสาขานั้นยังไม่มีแผนขยายเพิ่มเติมในปีหน้า โดยขณะนี้มี 5 สาขาใหญ่ และ 1 สาขาย่อย
นายสุวัชชัย กล่าวว่า การดำเนินนโยบายการเงินของจีนไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจของธนาคาร โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 6 ครั้ง ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลงมาอยู่ที่ 4.35% และดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 1.5% ไม่มีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนมากนัก ได้ประโยชน์เพียงการลดต้นทุนการเงินให้แก่ผู้ประกอบการ ขณะที่การลดอัตราเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ (RRR) อยู่ที่ 17.5% ส่งผลให้ธนาคารมีสภาพคล่องมากขึ้นเท่านั้น







