
Options และ DW แตกต่าง-คล้ายคลึง
ผู้ลงทุนทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์อาจรู้จักและเคยลงทุนในหลักทรัพย์กลุ่ม Derivative Warrants (DW) หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงมาก่อนซึ่ง DW นี้เป็นตราสารที่ผู้ออก (Issuer) ให้สิทธิกับผู้ซื้อในการซื้อหรือขายหุ้นที่ DW อ้างอิงอยู่ที่ราคา จำนวน และเวลาที่กำหนด โดยผู้ที่ออก DW จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้น ในกรณีที่ผู้ลงทุนถือครอง DW จนถึงวันหมดอายุและใช้สิทธิซื้อหรือขายหุ้นดังกล่าว จะทำการชำระราคาเป็นเงินสด (คำนวณจากความแตกต่างระหว่างราคาหุ้นและราคาใช้สิทธิ) แทนการรับมอบหรือส่งมอบหุ้นจริง
ผู้ลงทุนทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์อาจรู้จักและเคยลงทุนในหลักทรัพย์กลุ่ม Derivative Warrants (DW) หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหรือขายหุ้นอ้างอิงมาก่อนซึ่ง DW นี้เป็นตราสารที่ผู้ออก (Issuer) ให้สิทธิกับผู้ซื้อในการซื้อหรือขายหุ้นที่ DW อ้างอิงอยู่ที่ราคา จำนวน และเวลาที่กำหนด โดยผู้ที่ออก DW จะเป็นบริษัทหลักทรัพย์ (Broker) ไม่ใช่บริษัทเจ้าของหุ้น ในกรณีที่ผู้ลงทุนถือครอง DW จนถึงวันหมดอายุและใช้สิทธิซื้อหรือขายหุ้นดังกล่าว จะทำการชำระราคาเป็นเงินสด (คำนวณจากความแตกต่างระหว่างราคาหุ้นและราคาใช้สิทธิ) แทนการรับมอบหรือส่งมอบหุ้นจริง
สำหรับการเคลื่อนไหวของราคา DW นั้น จะเป็นไปตามการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นที่ DW อ้างอิงอยู่ โดย DW ที่ออกโดย Broker และมีการเสนอซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ (SET) ในปัจจุบัน อ้างอิงอยู่กับหุ้นที่หลากหลาย เช่น KTB TRUE TOP หรือแม้แต่ดัชนี SET50 เป็นต้น และมีการเสนอซื้อขายทั้ง DW ที่เป็นสิทธิในการซื้อ (Call) และสิทธิในการขาย (Put) แต่ผู้ลงทุนทั่วไปจะต้องซื้อก่อนขายเสมอ โดยในกรณีที่ผู้ลงทุนคาดว่าหุ้นอ้างอิงราคาจะขึ้น ให้ซื้อ Call DW ในทางกลับกัน หากผู้ลงทุนคาดว่าหุ้นอ้างอิงราคาจะลง ให้ซื้อ Put DW ซึ่งหากพิจารณาลักษณะของสินค้าแล้ว จะเห็นได้ว่า DW จัดเป็นตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) ประเภทหนึ่ง ซึ่งคล้ายกับออปชั่นที่ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ก็มีการจัดให้มีการซื้อขาย
Options เป็นสัญญาที่ผู้ขายให้สิทธิในการซื้อ (เรียกว่า Call Options) หรือสิทธิในการขาย (เรียกว่า Put Options) สินทรัพย์อ้างอิงในอนาคตให้แก่ผู้ซื้อ ภายใต้เงื่อนไขและราคาที่ตกลงกันไว้ในสัญญาOptions โดยผู้ซื้อ Options จะสามารถตัดสินใจว่าจะใช้สิทธินั้นหรือไม่ก็ได้ ในขณะที่ผู้ขาย Options จะมีภาระรับผิดชอบ (Obligation) ที่จะต้องยอมให้ผู้ซื้อใช้สิทธิตามที่ตกลงกันไว้ โดยผู้ซื้อจะต้องจ่ายเงินหรือค่าพรีเมียม (Premium) ให้แก่ผู้ขายเป็นการตอบแทนเพื่อแลกกับการได้สิทธิตามสัญญานั้น
ปัจจุบัน TFEX ได้เปิดให้มีการเปิดซื้อขาย Options ที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 Index ซึ่งหมายถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ผู้ซื้อได้สิทธิในการ “ซื้อ” หรือได้รับสิทธิในการ “ขาย” ดัชนี SET50 จากผู้ขาย โดยมีตัวอย่างสัญลักษณ์การซื้อขาย ดังนี้ S50Z15C900 หมายถึง สัญญา Call Options อ้างอิงกับ SET50 Index ที่หมดอายุเดือน ธ.ค. 2015 และมี Exercise Price อยู่ที่ 900 จุด ทั้งนี้ SET50 Index Options จะทำการชำระราคาด้วยเงินสด โดยไม่มีการส่งมอบซึ่งเป็นไปในทำนองเดียวกันกับ DW
Options และ DW ข้อแตกต่างที่สำคัญ
แม้ว่า DW และ Options จะเป็นตราสารที่มีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน แต่ยังมีความแตกต่างกัน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
&O1501; ซื้อก่อนขาย หรือขายก่อนซื้อก็ได้ ผู้ลงทุนสามารถเป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย Options ก่อนก็ได้ โดยผู้ลงทุนที่ขาย Options จะได้รับผลตอบแทนเป็นค่า Premium ตัวอย่างเช่น กรณีที่คาดว่า SET50 Index จะปรับตัวสูงขึ้น ผู้ลงทุนสามารถซื้อ Call Options หรือขาย Put Options ในทางกลับกัน หากคาดว่า SET50 Index จะปรับตัวลดลง ผู้ลงทุนสามารถซื้อ Put Options หรือขาย Call Options เพื่อทำกำไรได้
&O1501; ลดความเสี่ยงด้าน Credit เนื่องจาก DW เป็นหลักทรัพย์ที่ออกโดย Broker ดังนั้นผู้ลงทุนจะได้รับความเสี่ยงการผิดนัดชำระของ Broker ที่เป็นผู้ออก DW ไปด้วย แต่ Options เป็นการซื้อขายผ่าน TFEX ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (Center Counterparty) และผู้ขาย Options จะต้องวางเงินหลักประกัน (Margin) ไว้กับสำนักหักบัญชี ทำให้ลดความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระ
&O1501; Exercise Price หลากหลาย โดยทั่วไปแล้ว DW ที่เสนอซื้อขายจะมีเพียง Exercise Price เดียว แต่ SET50 Options ที่ซื้อขายใน TFEX จะมี Exercise Price ที่แตกต่างกันไปอย่างน้อย 5 สัญญา (At-the-money 1 สัญญา In-the-money และ Out-of-money อย่างน้อย 2 สัญญา)
ด้วยคุณลักษณะที่แตกต่างจาก DW ทำให้ผู้ลงทุนสามารถใช้ Options เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างกลยุทธ์การลงทุนได้ แม้ว่าในอดีตการซื้อขาย SET50 Index Options ใน TFEX จะมีสภาพคล่องที่ไม่สูงนัก แต่ก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2558 ที่ผ่านมา ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยของ Options อยู่ที่ 1,266 สัญญา/วัน หรือปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนเกือบ 2 เท่าตัว
นอกจากนี้ TFEX ยังได้เตรียม Options Wizard ซึ่งเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่สนใจลงทุนใน Options ผ่านโปรแกรม Streaming Desktop Versionไว้อีกด้วย สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการ หรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th







