
แนะรัฐกระตุ้นมอเตอร์ไซค์ หลังขายวูบเหลือ1.6ล.คัน
เอ.พี.ฮอนด้า ผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ เสนอให้รัฐบาลกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์เช่นเดียวกับโครงการรถคันแรกหลังจากตลาดเริ่มอิ่มตัว
เอ.พี.ฮอนด้า ผู้ประกอบการรายใหญ่ในธุรกิจรถจักรยานยนต์ เสนอให้รัฐบาลกระตุ้นตลาดรถจักรยานยนต์เช่นเดียวกับโครงการรถคันแรกหลังจากตลาดเริ่มอิ่มตัว
นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดเผยว่า ตลาดรถจักรยานยนต์ในปีนี้มีอัตราการเติบโตที่ลดลง จากต้นปีที่คาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน ปรับลดลงเหลือ 1.7 ล้านคัน ในช่วงกลางปี และคาดว่าสิ้นปีมียอดขายอยู่ที่ 1.65-1.66 ล้านคัน จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนธุรกิจรถจักรยานยนต์ โดยอาจใช้หลักการเดียวกันกับโครงการรถคันแรก
ขณะที่บริษัทได้ปรับลดเป้ายอดขายลงเหลือ 1.32 ล้านคัน จากต้นปี 1.35 ล้านคัน ตามภาวะตลาดที่หดตัวลง พร้อมปรับตัวรับกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคที่ง่ายขึ้น จึงต้องเน้นการทำการตลาดแบบออนไลน์มาร์เก็ตติ้งมากขึ้น และการทำกิจกรรมกับลูกค้าของดีลเลอร์ในการสร้างคลับรถจักรยานยนต์ต่างๆ
“เดิมมีการคาดการณ์ว่าครึ่งปีหลังตลาดจะฟื้นตัว แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คาดการณ์ จึงคาดว่าจะปิดยอดขายที่ตัวเลขดังกล่าว ขณะที่สองเดือนสุดท้ายของปีเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นจากนโยบายการอัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลบางส่วน” นายสุชาติ กล่าว
ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยังผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ของฮอนด้าทั่วประเทศ ถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล รวมถึงการใช้จ่ายในกองทุนระดับตำบลและหมู่บ้าน พบว่า มาตรการส่งผลดีในการกระตุ้นการใช้จ่ายในการซื้อรถจักรยานยนต์ได้บ้าง แต่คาดว่าจะเห็นผลชัดเจนหรือเติบโตขึ้น 5-10% ในปี 2559
สำหรับแนวโน้มตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2559 คาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านคัน และมองว่าตลาดจะไม่เติบโตกลับไปอยู่ที่ตัวเลข 2 ล้านคัน อย่างที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณประชากรผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ในประเทศอยู่ที่ 3 คน/1 คัน หรือมีจำนวน 20 ล้านคัน อัตราการถือครองจะทรงตัวและไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญให้ตลาดเติบโตขึ้นได้ ลักษณะการซื้อของผู้บริโภคจะเป็นการเปลี่ยนเพื่อทดแทนคันเก่า ขณะที่การซื้อรถจักรยานยนต์คันใหม่มีไม่มากนัก







