
อุ้มยาง1.3หมื่นล.
ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2558 ก็มีมติช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางหลังจากราคาตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เกษตรกรชาวสวนยางจะมีท่าทีในเรื่องนี้อย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เนื่องจากมาตรการชุดนี้เน้นช่วยต้นทุนการผลิตเป็นหลัก
ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2558 ก็มีมติช่วยเหลือเกษตรกรสวนยางหลังจากราคาตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เกษตรกรชาวสวนยางจะมีท่าทีในเรื่องนี้อย่างไรเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เนื่องจากมาตรการชุดนี้เน้นช่วยต้นทุนการผลิตเป็นหลัก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบอนุมัติงบประมาณ 1.31 หมื่นล้านบาท ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเจ้าของสวนยาง 900 บาท/ไร่และคนกรีดยาง 600 บาท/ไร่
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะจัดการช่วยเหลือให้เฉพาะเกษตรกรผู้มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น แต่ผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ จะไม่มีการช่วยเหลือ
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)ไปหารือกับกระทรวงเกษตรฯ และสภาเกษตรกรว่า จะมีการช่วยเหลือทางใดได้หรือไม่ เช่น การนำเงินค่าธรรมเนียมการส่งออกยาง (เงินเซส) มาช่วยเหลือ
“ไม่อยากให้ประท้วง เพราะกฎหมายมี และผมก็ประกาศแล้ว ไม่ต้องมาประท้วง จนก็จนหนี้สินก็เยอะ ยังจะติดคุกอีก มีอะไรให้เจรจากัน ไม่ใช่ประท้วงกดดัน “นายกฯ กล่าว
ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า งบประมาณ 13,132 ล้านบาท ที่ ครม.มีมติช่วยเหลือเกษตรกร จะเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเกษตรกรชาวสวนยาง โดยจะช่วยเหลือไร่ละ 1,500 บาท/ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่
นอกจากนี้ จะมีการขยายระยะเวลาโครงการช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งครบกำหนดไปใน วันที่ 30 ก.ย.2558 ให้ขยายออกไปถึง 30 ธ.ค. 2558
ขณะเดียวกัน ครม.ได้มีมติให้กระทรวงเกษตรฯ ไปหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมการใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบในประเทศเพิ่มขึ้นในโครงการส่งเสริมวงเงินกู้ให้ผู้ผลิตแปรรูปยางวงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท และเสนอให้คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) พิจารณาอีกครั้ง
สำหรับโครงการสินเชื่อให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแปรรูปยาง 1.5 หมื่นล้านบาท ให้กระทรวงอุตสาหกรรมไปหารือกับสมาคมผู้ผลิตน้ำยางข้น และรับข้อเสนอมาหารือกับ ครม.อีกครั้ง







