อุตฯเหล็กโล่งอกรัฐโดดแก้ปมทุ่มตลาด
กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ 7 สมาคมพอใจการแก้ปัญหาของรัฐบาล หลังทีมเศรษฐกิจรับปากช่วยแก้ปัญหาการทุ่มตลาด
กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ 7 สมาคมพอใจการแก้ปัญหาของรัฐบาล หลังทีมเศรษฐกิจรับปากช่วยแก้ปัญหาการทุ่มตลาด
นายวิน วิริยประไพกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหวิริยา สตีล และนายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท จีสตีล ในฐานะตัวแทนจากสมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย 7 สมาคม เปิดเผยภายหลัง เข้าร้องเรียนขอให้รัฐบาลเร่งรัดมาตรการคุ้มครองและส่งเสริมการใช้สินค้าเหล็กในประเทศ ต่อนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมวงพาณิชย์และนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ว่า ทางนายสมคิดรับที่จะช่วยเหลือตามข้อเรียกร้องจาก 7 สมาคม ที่ถูกเหล็กที่ผลิตจากทั่วโลกโดยเฉพาะจากจีนเข้ามาทุ่มตลาดไทยและมีการนำเข้าหลากหลายรูปแบบ หลีกเลี่ยงการสำแดงพิกัด และสลับแหล่งกำเนิดสินค้าต้นน้ำ จนกระทบกับอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศอย่างหนัก จนกำลังการผลิตลดลงถึง 38 % และกระทบการจ้างงานภายในประเทศ
“กระทรวงพาณิชย์รับที่จะพิจารณาเปิดไต่สวนการตอบโต้การทุ่มตลาด หรือมาตรการปกป้องการนำเข้า ให้ภายใน 45วันนับแต่การยื่นเอกสาร ซึ่งจะรวดเร็วกว่าเดิม ที่ใช้เวลานานกว่า 8 เดือน หรือบางสินค้าที่ยื่นแบบคำขอไปแล้ว แต่ไม่ได้มีการเปิดไต่สวน และ รับที่จะกำหนดสินค้าเหล็กเป็นสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้าแบบอัตโนมัติ ซึ่งสามารถจับป้องกันการหลีเลี่ยงภาษีและตรวจสอบข้อมูลการนำเข้า เส้นทางเอกชนรู้สึกพอใจการแก้ปัญหาในครั้งนี้อย่างมาก”ตัวแทน 7 สมาคมฯกล่าว
ทั้งนี้ 7 สมาคมได้แก่ สมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี สมาคมผู้ผลิตท่อโลหะและแปรรูปเหล็กแผ่น สมาคมผู้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน สมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า สมาคมเหล็กแผ่นรีดเย็นไทย สมาคมเหล็กแผ่นรีดร้อนไทย และสมาคมโลหะไทย
7 สมาคมฯเหล็กมีสมาชิก 472 บริษัท มีมูลค่าสินทรัพย์รวมกับมูลค่าการจำหน่ายสินค้าในประเทศกว่า 500,000 ล้านบาท มีการจ้างงานทางตรงกว่า 20,000 คน และการจ้างงานทางอ้อมในบริษัทจัดหาสินค้าและผู้รับเหมาบริการอีกกว่า 80,000 คน รวมมีการจ้างงานกว่า 100,000 คน กำลังประสบความเดือดร้อน จากการที่กำลังการผลิตสินค้าเหล็กมีมากเกินความต้องการและเกิดการทุ่มตลาดทั่วโลก มีการอุดหนุนและแข่งขันไม่เป็นธรรมจนทำให้ประเทศไทยมีการนำเข้าเหล็กเพิ่มขึ้นสูงมาก
สมาคมเหล็กฯให้ข้อมูลว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีการนำเข้าเหล็กถึง 380,000 ล้านบาท ปริมาณสูงถึง 9.6 ล้านตัน คิดเป็นสัดส่วนถึง 70 % จากปริมาณความต้องการใช้ 13.8 ล้านตัน ทำให้ผู้ผลิตเหล็กภายในประเทศต้องลดกำลังการผลิตลงไปมากถึง 38 % จนเกิดปัญหาต้นทุนราคาสูงและ มีผลต่อการจ้างงาน และมีปัญหาการถูกเร่งรัดเงินกู้จากสถาบันการเงิน ในขณะที่มองว่านโยบายรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจเติบโต ด้วยการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่เมื่อต้องมาเจอกับวิกฤต ที่เกิดจากปัจจัยภายนอกประเทศที่นอกเหนือการควบคุม ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบ จึงอยากให้รัฐบาลมีมาตรการออกมาช่วยเหลือบ้าง เช่น ตามที่รัฐบาลจะมีการลงทุนระบบสาธารณูปโภค คือ รถไฟ ซึ่งต้องเอาเงินภาษีไปลงทุนรวมทั้งเงินกู้ต่างประเทศ ซึ่งถ้าหากไม่มีการใช้วัตถุดิบที่ผลิตภายในประเทศและไม่ได้จ้างงานคนไทยเท่ากับเสียเปล่า จึงอยากให้ใช้เงินที่ลงทุนเพื่อประโยชน์ในประเทศมากที่สุดและจะช่วยให้อุตสาหกรรมเหล็กมีงานทำและการใช้เงินของรัฐได้ประโยชน์อย่างเต็มที่
สมาคมเหล็กฯระบุว่า ปัญหาที่ผู้ประกอบการเหล็กเจอ มีการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศหลากหลายรูปแบบ เช่น เหล็กเลี่ยงการสำแดงพิกัด การสลับแหล่งกำเนิดสินค้า ซึ่งมีความยากลำบากในการกำกับดูแลและยังมีผลกระทบ ตอบความปลอดภัย ในทรัพย์สินถ้าหากเหล็กที่นำเข้าไม่ได้มาตรฐา นและไม่มีคุณภาพก็จะเกิดปัญหาตามมา
ด้านนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว. พาณิชย์ กล่าวว่า ได้ขอให้ผู้ประกอบการเหล็กดูแลอุตสาหกรรมเหล็กตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำและขอให้ดูแลลูกค้าพร้อมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพตลาดที่กระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีกรมการค้าภายในจะดูแลเรื่องราคาในตลาดให้ ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายอาญาทางการค้าให้มีประสิทธิภาพ โดยจะบัญญัติกฎกระทรวงเพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายตอบโต้การอุดหนุนตาม พรบ. การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศพ.ศ. 2542โดมทางบัญญัติกฎหมายการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการเยียวยาทางการค้า เพื่อให้สามารถดำเนินการกับผู้หลบเลี่ยงได้โดยทันที
นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรม จะเร่งรัดออกมาตรฐานอุตสาหกรรมกำหนดมาตรฐานบังคับให้ครอบคลุมกลุ่มสินค้าเหล็กทั้งหมดรวมถึงปรับให้มาตรฐานทั่วไปเป็นมาตรฐานบังคับเพื่อควบคุมคุณภาพและมาตรฐานสินค้าเหล็กทั้งในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ
นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า รู้สึกพอใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาลในครั้งนี้อย่างมาก โดยนายสมคิดรู้อยู่แล้วว่า อุตสาหกรรมเหล็กอาการหนัก แต่รัฐไม่จำเป็นต้องให้การอุดหนุน เพียงแต่เข้ามาดูแลเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ทั่วโลกเศรษฐกิจกำลังมีปัญหา ก็ขอให้รัฐบาลมาดูให้ถูกต้อง และทำให้กระชับรวดเร็วขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำของอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศต้องได้รับความเดือดร้อน ในขณะที่ระยะกลางขอให้มีกฎหมายบางตัวปรับแก้ให้ทันสมัย เพื่อป้องกันการหลบเลี่ยงแสดงพิกัดและป้องกันการหลบเลี่ยงการเสียภาษี







