posttoday
ผู้ส่งออกทุ่ม50ล้านบาทพยุงข้าว

ผู้ส่งออกทุ่ม50ล้านบาทพยุงข้าว

30 ตุลาคม 2558

ผู้ส่งออกข้าว ควักเงิน 50 ล้านบาท ซื้อข้าวสารหอมมะลิ 1 แสนตัน ราคา 2.6 หมื่นบาท หวังดันราคาข้าวเปลือกไม่ต่ำกว่า 1.35 หมื่นบาท

ผู้ส่งออกข้าว ควักเงิน 50 ล้านบาท ซื้อข้าวสารหอมมะลิ 1 แสนตัน ราคา 2.6 หมื่นบาท หวังดันราคาข้าวเปลือกไม่ต่ำกว่า 1.35 หมื่นบาท 

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ผู้ส่งออกที่เป็นสมาชิกสมาคมฯจะร่วมมือกันใช้งบประมาณ 50 ล้านบาท เข้าไปซื้อข้าวสารหอมมะลิ 100% ชั้น 2 ปริมาณทั้งหมด 1 แสนตัน ในราคาตันละ 2.6 หมื่นบาท หรือทอนเป็นข้าวเปลือกราคาตันละ 1.35 หมื่นบาท เพื่อนำมาเก็บไว้ในสต๊อกเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยจะเริ่มเข้ารับซื้อทันที เพื่อดึงผลผลิตข้าวหอมมะลินาปี ฤดูกาล 2558/59 ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดเก็บเอาไว้ เพื่อรักษาระดับราคาข้าวเปลือกหอมมะลิในตลาดไม่ให้ตกต่ำ

“เงิน 50 ล้านบาทที่จะเข้าไปซื้อข้าวหอมมะลิในตลาดตามราคาดังกล่าวนั้น มาเก็บไว้ในสต๊อก ซึ่งจะมีค่าดอกเบี้ย ค่าฝากเก็บ และต้นทุนจากการซื้อข้าวเป็นเงินของเอกชนทั้งหมดที่จะเข้าไปช่วยเหลือชาวนาผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ เพราะเอกชนมีความเป็นห่วงข้าวหอมมะลิที่ผลผลิตกำลังทยอยออกสู่ตลาดระยะนี้ถึง 2 ล้านตัน หากชาวนานำออกมาขายพร้อมกันก็จะทำให้ราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำได้ และสมาคมฯจะมีการประเมินผลการเข้ารับซื้อ และหากยังเพียงพอก็จะเพิ่มงบในการรับซื้อข้าวสารแสนที่ 2 ต่อไป” ร.ต.ท.เจริญ กล่าว

สำหรับผลผลิตข้าวเปลือกเจ้านาปีฤดูกาลใหม่ ทางสมาคมฯไม่กังวล เชื่อว่าระดับราคาข้าวเปลือกเจ้าจะอยู่ที่ตันละ 8,000-8,500 บาท เนื่องจากขณะนี้มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศมารองรับผลผลิตข้าวเปลือกเจ้าอยู่ประมาณ 1 ล้านตัน จากคำสั่งซื้อข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) กับประเทศฟิลิปปินส์ 3 แสนตัน ที่ต้องหาข้าวใหม่ไปส่งมอบ และคำสั่งซื้อจีทูจีจีนที่ยังเหลืออีก 3 แสนตัน และคำสั่งซื้อจากอินโดนีเซีย 5 แสนตัน ยังไม่รวมตลาดแอฟริกาที่ต้องการนำเข้าข้าวนึ่งจากไทย และตลาดอิหร่านที่ไทยกำลังจะเดินทางไปเจรจาขายข้าว หากมีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามาเสริม เชื่อว่าราคาข้าวเปลือกเจ้าไม่น่าจะต่ำไปกว่านี้

ร.ต.ท.เจริญ กล่าวว่า ส่วนการระบายสต๊อกข้าวเสียและข้าวเกรดซีที่กระทรวงพาณิชย์จะทดลองเปิดประมูลเร็วๆนี้สู่ภาคอุตสาหกรรม เชื่อว่าจะขายได้ไม่ต่ำกว่ากก.ละ 5-6 บาท โดยมองว่าจนถึงสิ้นปี 2559 สต๊อกข้าวรัฐบาลที่มีอยู่ 13 ล้านตัน น่าจะเหลือข้าวในสต๊อก 4-5 ล้านตัน จากการระบายข้าวสู่ภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับผลผลิตข้าวนาปรังปี 2559 ที่จะได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ปริมาณข้าวสารนาปรังลดน้อยลงไป 3 ล้านตัน ซึ่งต้องนำข้าวสต๊อกรัฐมาชดเชย ประกอบกับปี 2559 เชื่อว่าหากสต๊อกข้าวรัฐลดลงได้ในระดับนั้น จะทำให้ราคาข้าวในตลาดปรับตัวสูงขึ้นได้ ไม่น่าจะต่ำไปกว่าปีนี้

“การส่งออกข้าวในปี 2558 คาดว่าน่าจะส่งออกได้ 9.5-10 ล้านตัน ส่วนปีหน้ามองว่าการส่งออกน่าจะได้ 10 ล้านตัน ก็เป็นทิศทางที่ดีการแข่งขันในตลาดข้าว”  

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้มีมติให้ชะลอการระบายข้าวในส่วนของการบริโภคทั้งอาหารคนและสัตว์ไว้ก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาข้าวในตลาดที่ผลผลิตฤดูกาลใหม่กำลังทยอยออกมา แต่จะมีการให้นำข้าวเสียและข้าวเกรดซี ที่ผ่านการตรวจโกดังแล้วมาเปิดระบายก่อน ซึ่งได้สั่งให้กรมการค้าต่างประเทศไปจัดทำแผนการระบายข้าวเสียและข้าวเกรดซี เพื่อนำมาทดลองเปิดระบายข้าวเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมในเร็วๆนี้ โดยจะไม่เปิดประมูลเป็นการทั่วไป

ด้านนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า แผนการระบายข้าวเสียและข้าวเกรดซี ทางคณะทำงานระบายข้าวจะร่วมมือกับทุกหน่วยงาน เพื่อทำแผนในการเปิดระบาย โดยจะเป็นการนำข้าวปริมาณไม่มากมาระบายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมพลังงานและชีวมวล ยอมรับว่าก็มีความกังวลว่าการระบายอาจนส่งผลต่อจิตวิทยาในตลาดข้าว แต่ก็ต้องทำการทดลองระบาย ซึ่งจะมีการวางแผนในระบบการตรวจสอบควบคุมว่าข้าวที่ระบายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมจะไม่วนกลับมาในตลาดปกติ 

“แผนการระบายข้าวเสียและข้าวเกรดซี จะเป็นการทดลองก่อน ต้องทำงานกับหลายหน่วยงาน อย่างกรมการค้าภายในก็ต้องไปดูแลเรื่องการควบคุมขนย้ายข้าว และติดตามว่าข้าวเข้าโรงงานอุตสาหกรรมจริงหรือไม่” นางดวงพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 ถึงปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวไปแล้วปริมาณรวมทั้งสิ้น 6.38  ล้านตัน มูลค่ารวม 7.5 หมื่นล้านบาท  แบ่งเป็นการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐปริมาณ 4.83 ล้านตัน และการระบายข้าวฤดูกาลผลิตใหม่ในตลาดปริมาณ 1.55 ล้านตัน โดยสต๊อกข้าวคงเหลือในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านตัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ