posttoday
เทรนด์ท่องเที่ยวที่โรงแรมต้องรู้

เทรนด์ท่องเที่ยวที่โรงแรมต้องรู้

30 ตุลาคม 2558

โดย...ลีลี่ โจว

โดย...ลีลี่ โจว

ธุรกิจโรงแรมในไทยเป็นอีกกลุ่มที่แข่งขันสูง นอกจากแข่งกับโรงแรมเดิมในตลาดแล้วยังต้องเตรียมรับมือการแข่งขันกับโรงแรมใหม่ๆ ที่มีแผนเปิดตัวต่อเนื่องเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดในไทย ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ใครวางกลยุทธ์ดี นักท่องเที่ยวก็จะเลือกใช้บริการมากกว่า

ปีเตอร์ เฮนลีย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป บริษัทบริหารแบรนด์โรงแรมซัฟฟรอน อมารี โอโซ และชามา เปิดเผยว่า สิ่งสำคัญที่โรงแรมต้องทำคือ ตอบโจทย์ความต้องการนักท่องเที่ยวให้ได้ ซึ่งแนวโน้มสำคัญของการใช้บริการโรงแรมยุคนี้คือ 1.นักท่องเที่ยวต้องการจ่ายในสิ่งที่ตัวเองใช้ ไม่อยากจ่ายมากกว่าที่ต้องการ วิธีที่ออนิกซ์ตอบสนองแนวโน้มนี้คือ การมีแบรนด์โอโซ โรงแรมที่มีที่นอนเหมือนระดับ 5 ดาว ห้องลักษณะเหมือน 4 ดาว แต่ราคาระดับ 3 ดาวไว้รองรับ

2.นักท่องเที่ยวอยากเข้าใจ ค้นหาสิ่งที่น่าสนใจในจุดหมายท่องเที่ยวมากขึ้น ออนิกซ์จึงฝึกพนักงานแนะนำข้อมูลที่เที่ยวที่น่าสนใจ มีคู่มือท่องเที่ยวออนไลน์ มีระบบคอมพิวเตอร์ให้ข้อมูลแบบโต้ตอบได้ในพื้นที่ต้อนรับลูกค้าที่โรงแรม 3.นักท่องเที่ยวต้องการแบ่งปันประสบการณ์ให้คนรอบข้าง ออนิกซ์จึงมีห้องอาหาร อมายา ที่มีอาหารประเภทสตรีทฟู้ดในพื้นที่ให้เลือกชิมในบรรยากาศสบายๆ เปิดบริการแล้วที่อมารี ธากา ประเทศบังกลาเทศ และกำลังจะมีที่อมารี สมุย ซึ่งอยู่ระหว่างปรับปรุงและพร้อมเปิดในเดือน เม.ย. 2559 และสร้างแท็กให้นักท่องเที่ยวที่ถ่ายรูปแล้วแบ่งปันใช้เพื่อสะท้อนจุดเด่นโรงแรม

4.นักท่องเที่ยวต้องการความยืดหยุ่น อาจไม่ได้ต้องการอยู่โรงแรมที่มีบริการครบอย่างเดียว เช่น หากมากลุ่มใหญ่อาจต้องการพื้นที่ทำอาหารเอง ออนิกซ์ก็พยายามตอบโจทย์ด้วยการมีห้องพักที่มีห้องครัวให้ทำอาหารเองได้ มีอุปกรณ์พร้อมใช้งาน

กรณีแบรนด์โรงแรมต่างชาติขยายในไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่รุกขยายในไทยจับกลุ่มคนจีนอาจทำให้การแข่งขันสูงขึ้นอีก แต่กลุ่มนี้ตอบโจทย์ได้กับคนประเทศตัวเองที่มาไทยครั้งแรกและอาจต้องการรู้สึกเหมือนอยู่บ้านตัวเอง อย่างไรก็ตามหากกลับมาซ้ำ นักท่องเที่ยวจะต้องการโรงแรมที่มีกลิ่นอายท้องถิ่นนั้น แบรนด์ไทยก็จะได้เปรียบ เพราะแบรนด์ไทยมีชื่อเสียงเรื่องบริการแบบไทยที่คนทั่วโลกชื่นชอบ ส่วนกรณีแบรนด์ไทยไปขยายตัวต่างประเทศ นักลงทุนอาจต้องการเลือกแบรนด์ไทยมากกว่าแบรนด์ระดับนานาชาติ เพราะนักลงทุนเข้าถึงผู้บริหารได้ง่ายกว่า ทำให้การดำเนินงานคล่องตัวกว่า

สำหรับภาพรวมออนิกซ์ปีนี้รายได้น่าจะเติบโตได้ 15% จากปีก่อน โดยฤดูท่องเที่ยวเดือน พ.ย.-ก.พ.นี้น่าจะคึกคัก แต่ยอดจองอาจมาช้าเพราะนักท่องเที่ยวรอดูสถานการณ์แล้วจองเมื่อใกล้เดินทาง โดยสถิติเดือน ต.ค. พบว่า 35% ของยอดจองรวม เป็นการจองล่วงหน้าแค่ 6 วัน หากดูเฉพาะยอดจองอินเทอร์เน็ต 67% จองล่วงหน้าไม่เกิน 30 วัน สิ่งเหล่านี้ทำให้โรงแรมทำงานหนักขึ้นด้านบริหารราคาห้องพัก แต่เมื่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนลดลงการจองล่วงหน้าคงมากกว่านี้ ขณะที่แผนงานออนิกซ์ตั้งเป้ามีโรงแรมบริหาร 81 แห่งในปี 2561 จากปัจจุบันมี 35 แห่ง

หากโรงแรมปรับตัวดี นักท่องเที่ยวคงไม่หนีไปไหน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ