
ราคาทองคำจะไปในทิศทางไหนกันแน่
.....นพ.กฤตรัตน์ หิรัณยศิริ
ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมาในช่วง 1,1921,215 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยที่การซื้อขายโดยส่วนใหญ่ยังทรงตัวอยู่บริเวณ 1,208 เหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะตกลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงในคืนวันศุกร์ที่ 16 ก.ค. 2553
ทั้งนี้ จะขอวิเคราะห์ในเชิงภาพรวมพื้นฐานก่อนที่จะไปวิเคราะห์ในทางเทคนิค ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาทองคำในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นเคลื่อนตัวไปในทิศทาง Sideway และขาดปัจจัยในการเกื้อหนุนที่ชัดเจน หมายความว่า เดิมที่จะไปอิงกับค่าเงินยูโร เมื่อยูโรขึ้นทองขึ้น ยูโรตกทองตก ตอนหลังก็มีความสับสนในภาวะเศรษฐกิจของฝั่งยูโรโซน โดยเฉพาะในประเทศในกลุ่ม PIGS ก็ทำให้ด้านกองทุนเองหันมามองในแง่ทิศทางดอลลาร์ต่อ จะเห็นได้ว่าทองคำเริ่มเป็นการลงทุนแบบแยกวงออกมาช่วง 2 สัปดาห์นี้ในลักษณะกองทุนขายเพื่อ Liquidate โดยที่ไม่มีปัจจัยลบอื่นๆ ในฝั่งทองคำ และทั้งที่มีการเข้าซื้อทองคำแท่งในปริมาณที่สูงขึ้นบริเวณ Asian and Middle East
อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าการเคลื่อนไหวยังขาดปัจจัยที่ชัดเจน เช่น ตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐออกมาทั้งบวกและลบสลับกัน เช่น คนว่างงานน้อยลง แต่ตัวเลขทางภาคอุตสาหกรรมกลับปรับตัวลดลง และตัวเลขของทางด้านดัชนีเงินเฟ้อต่างๆ ยังอยู่ในระดับต่ำ ไม่ว่าจะเป็น PPI และ CPI นั่นหมายความว่ายังไม่มีปัจจัยใดๆ ในการที่จะบ่งบอกได้ว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อ หรือเศรษฐกิจจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน นั่นหมายความว่าดอกเบี้ยจะไม่สามารถขึ้นได้
ในช่วงที่ผ่านมาเงินเหรียญสหรัฐเองอ่อนค่าลงอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร โดยยูโรปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในการรับข่าวการที่สเปนสามารถระดมเงินทุนเข้ามาชำระหนี้ได้ หลายๆ ปัจจัยผลักดันทำให้ค่าเงินยูโรปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากระดับ 1.2510 เหรียญสหรัฐ/ยูโร มาอยู่ที่ระดับ 1.2930 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ซึ่งจะเห็นได้ว่าทองคำยังอยู่ในการเคลื่อนไหวแบบ Sideway และกดดันให้ทดสอบระดับล่างอีกครั้งหนึ่งที่ระดับ 1,185 เหรียญสหรัฐ
ความคิดในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ในสภาวะแบบนี้ต้องใช้หลักคิดในเชิงกลยุทธ์ให้ออกว่า ในระยะสั้นคือ 15 วัน ก็จะเป็นลักษณะกลยุทธ์ที่มีความสับสน และจะต้องอยู่เฉยๆ มากกว่าที่จะทำอะไร ซึ่งเราก็ได้แนะนำมากว่า 5 วันแล้ว
ในขณะที่ความคิดในเชิงกลยุทธ์ประกอบนักลงทุนระยะยาว จะต้องเริ่มเข้าสู่ภาวะการช้อนซื้อ Port ประมาณ 50% เนื่องจากทิศทางยังดูเหมือนจะมีแรงกดดันในเชิงขาลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้จะต้องบอกว่าไม่สามารถดูดัชนีใดๆ เข้าช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็น US Dollar Index หรือยูโรต่อเงินเหรียญสหรัฐ หรือน้ำมันก็ตาม จะเห็นได้ว่าการเคลื่อนตัวเป็นลักษณะอิสระและที่ถูกกดดันจากฝั่ง Hedge Fund ลงมากกว่า
สรุปได้ว่า การลงทุนในขณะนี้ควรเป็นลักษณะ Wait & See หรือการลดสถานะการครอง Long Position ลงตามสถานะสัดส่วนของ Port ที่จะรับความเสี่ยงได้ของแต่ละท่าน
วิเคราะห์ทางเทคนิค
ราคาทองคำตกลงโดยมี Stop Selling อย่างรุนแรงบริเวณ 1,200 เหรียญสหรัฐ ทำให้ในคืนวันศุกร์รูดลงมาทั้งหมดประมาณ 20 เหรียญสหรัฐ และลงไปทดสอบจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,184 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 100 วัน สำหรับนักลงทุนรายวัน โดยราคาสามารถดีดกลับขึ้นมาได้ในปลายตลาดที่ระดับ 1,193 เหรียญสหรัฐ Oscillator ในรายวันทุกตัวเป็นสัญญาณลบ และในระยะสั้นทิศทางเข้าสู่แนวโน้มขาลง ขอย้ำว่าเป็นระยะสั้น ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาตั้งแต่ 15 วัน อย่างไรก็ดี แนวโน้มในระยะยาวมากกว่า 1 เดือน ยังเป็นขาขึ้น ตราบใดที่ราคายังไม่หลุดระดับ 1,184 เหรียญสหรัฐลงมา ซึ่งจะสามารถวิเคราะห์ได้ชัดเจน จะต้องรอดูตลาดในอีก 2 วัน ว่าจะมีการซื้อกลับขึ้นไปได้หรือไม่ เส้นค่าเฉลี่ยหลายๆ เส้นเริ่มกองมาอยู่ใกล้กันในระดับตั้งแต่ 1,2051,216 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเรียกได้ว่ามารวมอยู่บริเวณเดียวกันเกือบทั้งหมด
สรุปได้ว่า ราคาเริ่มเป็น Break Out ลงสู่ด้านล่าง ทำกดดันเป็นทิศทางขาลงระยะสั้น นักลงทุนจึงจะต้องใช้หลักการบริหาร Port ให้เข้ากับสถานการณ์ดังกล่าวไปแล้ว
ขอให้โชคดีในการลงทุน







