posttoday
ปัญหาไข่แพง

ปัญหาไข่แพง

19 กรกฎาคม 2553

...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

ตอนไข่ถูกๆ ก็ไม่มีใครเหลียวแล แต่เวลาไข่แพงขึ้นมาหน่อยก็เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต

ตอนแรกผมไม่ได้ศึกษาข้อมูลจริงจัง ได้แต่ติดตามข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็เข้าใจอย่างที่เป็นข่าวว่า ปัญหามาจากปริมาณไข่ไก่ในตลาดลดลงมาก และที่ไข่ลดลงมากเพราะอากาศมันร้อนจึงทำให้ไก่หงุดหงิดหมดอารมณ์เบ่งไข่

บอกตรงๆ ว่าผมเชื่อสนิทใจเลยครับ เพราะปีนี้อากาศมันร้อนตับแตกจริงๆ

แต่พอมีโอกาสเข้าไปนั่งฟังการชี้แจงประเด็นต่างๆ ในคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร

ต้องบอกตรงๆ อีกครั้งครับว่า กลายเป็นหนังคนละม้วน งานนี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ

ข่าวที่ปรากฏผ่านหน้าสื่อต่างๆ ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนซ่อนปมไม่ธรรมดาจริงๆ

ที่สำคัญที่สุด...ยุคนี้เป็นยุคใช้สื่อเป็นเครื่องมือเล่นเกมแห่งผลประโยชน์กันโจ่งแจ้ง

ต่อไปนี้ผมจะต้องเตือนตัวเองว่า อย่ารีบเชื่อในสิ่งที่เห็น...อย่ารีบเชื่อในสิ่งที่อ่านและฟังจากสื่อต่างๆ เด็ดขาด ต้องมีสติและใช้ปัญญาวินิจฉัยให้ดีๆ หลายเรื่องหลายอย่างมันลึกลับหลายชั้นหลายเชิง

หนึ่งบวกหนึ่งไม่ใช่เป็นสองเสมอไป ไม่ต่างกับหนังสืบสวนสอบสวนที่จะสร้างเรื่องหลอกคนดูให้เข้าใจอีกอย่าง แต่ตอนจบของเรื่องเป็นอีกอย่าง

ไข่ไก่แพง...เกษตรกรก็น่าจะแฮปปี้สิครับ!!

เปล่าเลย...ที่เป็นเรื่องก็เพราะว่าเกษตรกรไม่มีไข่จะขาย!!

ไม่มีไข่ขายก็เพราะว่าไม่มีแม่พันธุ์ไก่ไข่ ไม่มีแม่พันธุ์ไก่ไข่ก็เพราะมีการคุมโควตาการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่โดยบริษัทเอกชน 9 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งก็เป็นขาใหญ่ในวงการ มีบริการแบบครบวงจรตั้งแต่อาหารสัตว์ไปจนถึงส่งออก โดยเน้นการทำฟาร์มไก่ไข่แบบ Contract Farming

รูปแบบ Contract Farming ในขณะนี้ได้แพร่หลายเหลือเกิน หลังๆ กลายเป็นคนที่มาลงทุนทำ Contract Farming กับบริษัทใหญ่ๆ เหล่านี้เป็นนักลงทุนที่ดีดลูกคิดกำไรขาดทุนแล้วคุ้มค่ากว่าการลงทุนประเภทอื่น

เจ้าของฟาร์มจึงกลายเป็น “นายทุน” ไม่ใช่เกษตรกรตัวจริงเสียงจริงอย่างที่เราเข้าใจ

ขณะนี้บ้านเราจึงมีเกษตรกร 2 แบบคือ เกษตรกรดั้งเดิม กับ เกษตรกรธุรกิจ

ซึ่งประเภทหลังดันมีส่วนแบ่งตลาดไก่ไข่สูงถึง 70% ควบคุมตลาดได้อย่างเต็มไม้เต็มมือ มีเงินทุนและการสนับสนุนจากบริษัทใหญ่ครบวงจรทั้งยารักษาโรค อาหารสัตว์ แม่พันธุ์ไก่ และอื่นๆ

รวมทั้งไม่ต้องกลัวเรื่องจะไม่ได้กำไรจากการลงทุน เพราะเป็นระบบธุรกิจแบบประกันรายได้

ไม่ว่าไข่ไก่จะถูกจะแพงก็มีส่วนต่างเป็นค่าเลี้ยงค่าดูแลตายตัวแน่นอน

ตรงนี้ล่ะครับที่เป็นปัญหา เพราะเกษตรกรแท้ดั้งเดิมอีก 30% ในตลาดก็เดือดร้อนล่ะสิครับ ไม่มีพันธุ์ไก่กลายเป็นกรงเปล่า ถ้าอยากได้พันธุ์ไก่เข้าเล้าก็ถูกบีบให้ซื้ออาหารสัตว์ราคาแพงพ่วงไปด้วย เหมือนขายเหล้าพ่วงเบียร์

พอรวมตัวไปร้องให้รัฐช่วย...รัฐบาลก็น่ารักเหลือเกิน ส่งเผือกร้อนต่อไปให้คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ ที่เรียกเท่ๆ ว่า...Egg Board...

ตัวละครของเรื่องนี้ที่เรียกว่า Egg Board นี่ล่ะครับที่เป็นปัญหา เพราะไส้ในของคณะกรรมการดันมีการตั้งเอกชนยักษ์ใหญ่ 9 แห่งเป็นกรรมการที่ปรึกษา

ตรงนี้ล่ะครับที่ถูกนินทากันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า...ไฉนเลยจึงได้ทำโฉ่งฉ่างกันเยี่ยงนี้...

เล่นตั้งขาใหญ่เจ้าของโควตาเข้าไปกำหนดนโยบาย โดยไม่เอาฝั่งเกษตรกรดั้งเดิมเข้าไปถ่วงดุลรักษาผลประโยชน์ให้ชาวบ้านอย่างเหมาะสม

ทำแบบนี้เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวบ้านตาดำๆ หรือย่ำยีหัวใจกันซึ่งหน้าครับ...ท่านรัฐบาลสุดที่รัก!!

ร้อนถึงคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ที่ทำหน้าที่กำกับ ติดตาม ดูแลปัญหาทุกข์สุขของพี่น้องเกษตรกรและยังทำหน้าที่เสมือนเป็นที่ปรึกษาให้กับท่านนายกรัฐมนตรี

ผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่นำโดย คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ถือว่ามีความเข้าใจหัวใจที่ถูกย่ำยีของเกษตรกรตาดำๆ จริงๆ มองทะลุเรื่องความลึกลับซับซ้อน มองเห็นปัญหาหลักที่อยู่ที่ตัวละครของเรื่องนี้ รู้แม้กระทั่งสถานภาพของหน่วยงานรัฐที่ต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการช่วยเหลือเกษตรกรที่กำลังตกทุกข์ได้ยากได้ถูก “เทกโอเวอร์อำนาจ” ทั้งหลายไปหมดสิ้นเรียบร้อยโรงเรียนนายทุนแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าโฉ่งฉ่างอย่างที่เห็นๆ กันอยู่

คณะกรรมาธิการฯ จึงได้ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีโดยเสนอความเห็นไปแล้วว่า

ทางหนึ่ง ควรยกเลิก Egg Board และยกเลิกการควบคุมการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่เพื่อให้เกษตรกรดั้งเดิมมีโอกาสซื้อพันธุ์ไก่ไข่ได้ในตลาด

ทางหนึ่ง ถ้าไม่ยกเลิกก็ต้องปรับปรุงโครงสร้างและที่มาของคณะกรรมการชุดนี้ใหม่ ด้วยการเพิ่มสัดส่วนกรรมการส่วนที่มาจากเกษตรกรจริงๆ ให้เหมาะสมกับสัดส่วนจากภาคราชการและผู้ประกอบการรายใหญ่ และควรเพิ่มโควตาการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ให้มากขึ้นกว่าปัจจุบันที่ควบคุมไว้ที่แค่สี่แสนกว่าตัวเท่านั้น

ท่านนายกรัฐมนตรีจะฟังความเห็นของคณะกรรมาธิการชุดนี้หรือไม่อย่างไร ผมจะช่วยติดตามผลมารายงานให้ทราบ

เรื่อง...ไข่กับไก่...เป็นปัญหาโลกแตกจริงๆ

และอาจเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ผู้แทนบางคนสอบตกในครั้งหน้าได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก