
กฎหมายเมียนมา ‘นิ่งแล้ว’ สัญญาณบวกลงทุน
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
“ที่ผ่านมา มีคนชอบบอกว่า กฎหมายในเมียนมายังไม่แน่นอน ไม่ควรรีบไปลงทุน แต่จริงๆ กฎหมายเมียนมาค่อนข้างแน่นอนแล้ว”
นี่คือการยืนยันจาก นิธิ สุ่มสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สำนักกฎหมายสากล สยามพรีเมียร์ และกรรมการผู้จัดการ เมียนมาร์พรีเมียร์ สำนักกฎหมายสัญชาติไทย 100% ที่เข้าไปให้บริการและคลุกคลีกับกฎหมายในเมียนมาแล้ว
เขาขยายความว่า ตัวบทกฎหมายของเมียนมาออกมาชัดเจนแล้วหลายเรื่อง แต่ความท้าทายอย่างหนึ่งคือ “ผู้มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย” ของเมียนมามีดุลยพินิจแตกต่างกัน ทำให้การตีความกฎหมายไปในอีกทิศทางหนึ่ง หากเข้าใจแก่นของกฎหมายเมียนมา และสามารถชี้แจงให้หน่วยราชการของเมียนมาเข้าใจได้ก็จะไม่เกิดปัญหา
ขณะเดียวกัน เรื่องที่หลายคนกังวลว่ากฎหมายเมียนมาจะเปลี่ยน แปลงอีกหรือไม่หลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 พ.ย.นี้ ก็ดูจะไม่เป็นสาระสำคัญให้นักลงทุนต้องชะลอการลงทุน นิธิ ชี้แจงว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร เชื่อว่ารัฐบาลเมียนมาก็จะยังสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศเช่นเดียวกับปัจจุบัน เพราะเมียนมาเองก็เป็นสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
นอกจากนี้ ตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป อาจเห็นสัญญาณบวกจากกฎหมายใหม่ๆ ของเมียนมาด้วย เช่น กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่เมียนมาตั้งใจให้ออกมาบังคับใช้ได้ภายในปีนี้ จะเข้ามามีส่วนช่วยคุ้มครองนักธุรกิจมากขึ้น เพราะปัจจุบันแม้เมียนมาจะเปิดให้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แต่ด้วยศักดิ์ของกฎหมายก็ยังไม่มีสภาพการบังคับใช้และคุ้มครองมากนัก
อย่างไรก็ดี หากนักธุรกิจไทยมีแผนจะเข้าไปลงทุนในเมียนมาก็ควรรู้ถึงธรรมชาติของธุรกรรมระหว่างคนไทยและคนเมียนมา เช่น การตั้งบริษัทร่วมทุน
นิธิ บอกว่า เมื่อนักธุรกิจไทยเข้าไปเจรจาจะตั้งบริษัทร่วมกับคนเมียนมา สิ่งที่ชาวเมียนมานิยมทำคือ “ไม่ลงเงิน” เนื่องจากมองว่าการที่คนไทยต้องมาพึ่งคนเมียนมาดำเนินการด้านต่างๆ ให้ ถือเป็นการลงทุนของคนเมียนมาแล้ว มีน้อยครั้งมากที่ชาวเมียนมาจะร่วมลงเงินด้วย
“ไม่ใช่ว่าคนเมียนมาเป็นคนชอบเอาเปรียบ แต่เขามีความสามารถการลงทุนจำกัด เขาจึงช่วยเรื่องลงแรง ติดต่อประสานงานมากกว่า จริงๆ เรื่องการแบ่งผลประโยชน์ เขาก็ยุติธรรมพอสมควร เพียงแต่ถ้าจะเข้าไป เราก็อาจต้องขนเงินไปเอง 100%”
ทั้งนี้ การลงทุนตั้งโรงงานผลิตเพื่อจำหน่าย ถือเป็นการลงทุนที่ต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายแรงงาน กฎหมายการทำงานของคนต่างชาติ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ การประกันภัย โดยกฎหมายที่ค่อนข้างท้าทาย คือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน เนื่องจากแม้กฎหมายจะมีความแน่นอน แต่เรื่องแรงงานเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนโดยตรง บางครั้งจึงมีความอ่อนไหว
ด้าน ต่อสกุล คุ้นวงศ์ ทนาย ความหุ้นส่วน สยามพรีเมียร์ และกรรมการ เมียนมาร์พรีเมียร์ เสริมว่า สำหรับความท้าทายเรื่องเจ้าหน้าที่ภาครัฐเมียนมาตีความกฎหมายไม่ตรงกับที่เข้าใจนั้น วิธีแก้วิธีหนึ่งคือ การหาบุคคลอื่นๆ มาร่วมให้ความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายเรื่องนั้นเพิ่มเติม เพื่อให้การตีความเป็นไปอย่างถูกต้อง
ขณะที่ที่ดินในเมียนมาปัจจุบันชาวต่างชาติยังไม่สามารถถือครองได้ นักลงทุนจึงต้องเช่าที่ดิน หรือตั้งโรงงานบนที่ดินของพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น สิ่งที่ควรรู้คือที่ดินเมียนมามีการจัดโซนนิ่ง แบ่งเป็นที่ดินเพื่ออุตสาหกรรม ที่ดินเพื่ออยู่อาศัยอย่างชัดเจน ที่ดินบางแปลงไม่สามารถเปลี่ยนมือได้
ความท้าทายสำคัญ คือที่ดินยังจำเป็นต้องเช่าแบบ “ปีต่อปี” เว้นแต่จะไปยื่นขออนุญาตเช่าที่ดินระยะยาวผ่านคณะกรรมาธิการการลงทุนเมียนมา (เอ็มไอซี)
ต่อสกุล ทิ้งท้ายว่า ข้อมูลธุรกิจ ข้อมูลกฎหมาย ข้อมูลสาธารณะบางอย่างของเมียนมายังเข้าถึงได้อย่างจำกัด ผู้ที่สนใจจะลงทุนในเมียนมาจึงต้องหาพันธมิตรท้องถิ่นที่ดี ที่ปรึกษากฎหมายที่ดี รวมถึงที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ดี เพื่อให้การลงทุนในเมียนมาประสบความสำเร็จด้วยดี
“เมียนมาวันนี้ต่างจากความคิดเดิมๆ ของเรา อยากให้นักธุรกิจที่มีแผนออกไปลงทุนต่างประเทศลองไปสำรวจดูด้วยตัวเอง”







