
น้ำพริกสามแฝด จับนวัตกรรมใส่ขวด
“น้ำพริก” อาหารคู่ครัวคนไทยทุกยุคทุกสมัย ที่มีเอกลักษณ์ของรสชาติแตกต่างกันออกไปตามวัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่น ที่นำมาคั่ว โขลก ปรุงจนได้รสกลมกล่อม ซึ่งปัจจุบันสินค้าประเภทนี้ได้ขยับตำแหน่งใหม่ จากเมนูเครื่องจิ้มไปสู่ความเป็นอาหารรสอร่อย ให้คุณประโยชน์ครบในหนึ่งเดียว เพื่อเจาะตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
“น้ำพริก” อาหารคู่ครัวคนไทยทุกยุคทุกสมัย ที่มีเอกลักษณ์ของรสชาติแตกต่างกันออกไปตามวัตถุดิบของแต่ละท้องถิ่น ที่นำมาคั่ว โขลก ปรุงจนได้รสกลมกล่อม ซึ่งปัจจุบันสินค้าประเภทนี้ได้ขยับตำแหน่งใหม่ จากเมนูเครื่องจิ้มไปสู่ความเป็นอาหารรสอร่อย ให้คุณประโยชน์ครบในหนึ่งเดียว เพื่อเจาะตลาดใหม่ทั้งในและต่างประเทศ
จิตรัตน์ นิลกมลวิลาศ เจ้าของธุรกิจน้ำพริกสามแฝด ที่มองเห็นโอกาสจากการทำตลาดเมนูอาหารไทยอย่างน้ำพริก ด้วยการปรับกระบวนการผลิตสูตรน้ำพริกประเภทต่างๆ พร้อมลดทอนกลิ่นวัตถุดิบส่วนผสมบางอย่างลง เพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกเพศวัยได้ง่ายขึ้น
สำหรับธุรกิจน้ำพริกสามแฝดได้เริ่มทำตลาดเมื่อราวเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งในช่องทางออฟไลน์ ผ่านการออกงานแสดงสินค้าต่างๆ และช่องทางออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ก และแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งได้การตอบรับดี
จากรสชาติสินค้าที่ไม่เผ็ดจัดจ้าน ที่สำคัญไม่มีสารวัตถุกันเสีย เพื่อสร้างความต่างให้กับสินค้าที่ไม่ต้องการแข่งขันในตลาดน้ำพริกเดียวกันในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ทั่วไป
ปัจจุบันมีสินค้า 7 รสชาติ ได้แก่ น้ำพริกปลาร้าทรงเครื่อง น้ำพริกตาแดงปลาป่น น้ำพริกนรก น้ำพริกปลาข้าวสาร น้ำพริกเผา น้ำพริกเผากุ้ง และน้ำพริกเห็ดหอม และรายการใหม่ล่าสุด น้ำปลาหวาน ชูจุดเด่น วัตถุดิบคุณภาพจาก จ.ระยอง ทั้งหมด เพื่อส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่คนในจังหวัด ยกเว้นปลาร้าที่สั่งตรงมาจากภาคกลาง
โดยการทำธุรกิจยังมาพร้อมกับให้ความสำคัญในด้านการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ในสินค้าน้ำพริก ด้วยการเข้ารับขอคำแนะนำจากสถาบันอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอาหารมาใช้ร่วมกับกระบวนการผลิตสินค้า เพื่อให้น้ำพริกมีอายุในชั้นวาง (เชลฟ์ไลฟ์) ได้นานขึ้นแม้ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ที่ปัจจุบันสินค้ามีอายุอยู่ได้นานถึง 3-4 เดือน
ขณะเดียวกัน ยังได้คิดสูตรการทำน้ำพริกปลาร้า ที่ลดกลิ่นรุนแรงของวัตถุดิบหลักลงไป ด้วยการนำสมุนไพรบางอย่างมาใช้เป็นส่วนผสมร่วมในการปรุง แต่ยังคงความอร่อยของรสชาติและกลิ่นหอมที่ได้จากวัตถุดิบหลักแทน ซึ่งสินค้าน้ำพริกดังกล่าวพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การทำตลาดในกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่อยากทดลองรับประทานน้ำพริกปลาร้า แต่อาจฝังใจในกลิ่นที่รุนแรง
พร้อมกันนี้ ยังอยู่ระหว่างวิจัยน้ำพริกรสชาติใหม่ๆ เช่น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกตะไคร้ โดยจะเน้นสมุนไพรที่มีชื่อของไทยเป็นส่วนประกอบหลัก ที่จะสอดคล้องกับตำแหน่งทางการตลาดของสินค้าที่วางไว้เป็นอาหารไทยเมนูหลักที่สามารถนำไปรับประทานคู่กันกับข้าวสวย ขนมจีน หรือแม้แต่ขนมปัง แครกเกอร์ ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการเสริมจากการใส่โปรตีนที่ครบครันในขวดเดียว
ปัจจุบันน้ำพริกสามแฝดวางจำหน่ายอยู่ที่ 75 บาท/ขวด ขนาดบรรจุ 180 กรัม โดยมีโรงงานผลิตอยู่ใน จ.ระยอง มีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 800-1,000 ขวด/วัน พร้อมขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าโอท็อปของ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ด้วย โดยวางเป้าหมายยอดขายราว 1,000 ขวด/วัน
สำหรับในอนาคตยังเตรียมขยายการทำตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน อย่างประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมการบริโภคใกล้เคียงกับไทย รวมถึงอินเดีย ซึ่งชื่นชอบการบริโภคอาหารประเภทดังกล่าวเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพมาตรฐานฮาลาล เพื่อเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศมุสลิมด้วย
โดยในปีแรกจะเน้นขยายตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุม พร้อมพัฒนาบรรจุภัณฑ์สินค้าในรูปแบบของฝากของขวัญในโอกาสสำคัญๆ ด้วย







