posttoday
บล.ฟิลลิปมองปี'59 ลงทุนยาก

บล.ฟิลลิปมองปี'59 ลงทุนยาก

26 ตุลาคม 2558

บล.ฟิลลิป มองปีหน้าลงทุนยาก แนะจัดพอร์ตลงทุน จังหวะซื้อหุ้นเฮลท์แคร์ราคาย่อตัว

บล.ฟิลลิป มองปีหน้าลงทุนยาก แนะจัดพอร์ตลงทุน จังหวะซื้อหุ้นเฮลท์แคร์ราคาย่อตัว

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในปี 2559 คงจะไม่แตกต่างจากปีนี้ ซึ่งการเลือกลงทุนจะยาก เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมามากทำให้สัดส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) แต่ละตลาดไม่ถูกแล้ว ขณะที่หุ้นไทยพี/อี 15 เท่า เมื่อเทียบกับก่อนเกิดวิกฤตปี 2551 พี/อีประมาณ 11-12 เท่า

“เรายังแนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตการลงทุน เพื่อกระจายความเสี่ยง เนื่องจากตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวขึ้นมาจนมีราคาสูงแล้ว” นายสานุพงศ์ กล่าว

สำหรับพอร์ตการลงทุนที่แนะนำ ได้แก่ หุ้นไทย 30% หุ้นต่างประเทศ 30% แนะนำตลาดหุ้นยุโรป, หุ้นเฮลท์แคร์และตลาดหุ้นจีน และที่เหลือ 40% ลงทุนในตราสารหนี้

นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของหุ้นต่างประเทศมองว่าหุ้นเฮลท์แคร์ หรือหุ้นสุขภาพทั่วโลกน่าสนใจเข้าไปลงทุน หลังจากราคาหุ้นปรับตัวลดลงประมาณ 18% หากดูย้อนหลังพบว่าแต่ละรอบการปรับตัวลงของหุ้นเฮลท์แคร์อยู่ที่ประมาณ 10-20% จึงเป็นจังหวะเข้าลงทุนรับเมกะเทรนด์ของโลกที่จะมีคนสูงอายุเพิ่มขึ้นใน 20-30 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม มองว่าหุ้นเฮลท์แคร์มีความผันผวนมาก เนื่องจากมีการลงทุนในหลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ โดยเฉพาะธุรกิจไบโอเทค ซึ่งเกี่ยวกับการวิจัยที่มีโอกาสสำเร็จและไม่สำเร็จ จึงมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก ดังนั้นพอร์ตการลงทุนของกองทุนที่ลงทุนในธุรกิจไบโอเทคในสัดส่วนที่สูงก็จะมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่มีน้ำหนักลงทุนในธุรกิจนี้น้อย อย่างกองทุนเปิดกรุงศรีเฮลธ์แคร์ เป็นต้น

สำหรับทองคำมองว่ายังเป็นแนวโน้มขาลง แม้ราคาจะปรับตัวขึ้นมาบ้าง แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งทำให้ค่าเงินสหรัฐแข็งค่าขึ้นจึงไม่เป็นผลดีต่อราคาทองคำ จึงยังไม่น่าสนใจ แม้ที่ผ่านมาคนเริ่มกังวลว่าจะเกิดสงครามแต่ราคาทองคำก็ไม่ได้สะท้อนความกังวลดังกล่าว แต่จะให้น้ำหนักที่ค่าเงินสหรัฐมากกว่า

นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ด้านราคาน้ำมันมองว่าสามารถจับจังหวะทำกำไรเป็นรอบๆ ได้หากราคาขึ้นไปใกล้ 54-55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แนะนำให้ขาย เพราะเป็นแนวต้านสำคัญ แต่ถ้าลงมาแล้วไม่หลุด 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล น่าสนใจเข้าซื้อและไม่คิดว่าราคาจะลงไปสู่จุดต่ำสุดเดิมแถว 30 กว่าเหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

“หุ้นยุโรปและหุ้นเฮลท์แคร์ยังถือลงทุนได้ 1 ปี แล้วค่อยมาดูกันใหม่ ส่วนหุ้นจีนต้องถือระยะยาว 3 ปีขึ้นไป ส่วนญี่ปุ่นและสหรัฐหากลงทุนอยู่แล้วแนะนำให้ถือ แต่ไม่แนะให้ซื้อเพิ่ม เนื่องจากการขึ้นของหุ้นญี่ปุ่นเริ่มจำกัด กองทุนบำเหน็จบำนาญเพิ่มสัดส่วนหุ้นใกล้เต็มแล้ว และต้องรอดูผลจากธนูดอกที่ 3 ซึ่งต้องใช้เวลา” นายสานุพงศ์ กล่าว

ปัจจุบัน บล.ฟิลลิปมีลูกค้าที่ซื้อกองทุนรวมผ่านบัญชีซูเปอร์มาร์ทจำนวน 8,500 บัญชี มูลค่าสินทรัพย์รวม 1.1 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมาจากเงินเข้าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ช่วงปลายปี

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69