
สินเชื่อรายย่อยเริ่มฟื้น รับส่งท้ายปีเก่า
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
การขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ยังมีการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะสินเชื่อโครงการขนาดใหญ่ที่ยังรอการลงทุนจากรัฐบาล
อย่างไรก็ดี เชาวน์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เห็นว่าแรงส่งของสินเชื่อรายย่อยหลายตัวซึ่งค่อนข้างอ่อนแรงมาตลอดช่วง 9 เดือนของปีนี้ จะเริ่มกลับมามีบทบาทต่อการขับเคลื่อนสินเชื่อในภาพรวมมากขึ้น โดยสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลน่าจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยด้านฤดูกาลจับจ่ายใช้สอยช่วงท้ายปี และการจับมือระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลกับร้านค้าพันธมิตรเพื่อออกแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้น
ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์แม้ถูกคาดหมายว่าอาจจบปีด้วยอัตราการเติบโตในแดนลบ แต่เชื่อว่าในไตรมาส 4/2558 นี้น่าจะเห็นการปรับตัวเป็นบวกจากไตรมาสก่อนหน้า ตามแรงส่งของงานมอเตอร์เอ็กซ์โปและการเร่งออกรถก่อนมาตรการภาษีใหม่มีผลบังคับใช้
สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เติบโตได้ดีมาตลอดยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ทำให้เกิดการเร่งโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ซึ่งจากประเด็นต่างๆ ข้างต้น ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าสินเชื่อธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศในช่วงไตรมาส 4/2558 น่าจะเห็นภาพการขยับขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสที่เด่นชัดกว่าในไตรมาสก่อนๆ อีกทั้งจะยังสามารถจบสิ้นปีได้ที่กรอบล่างของคาดการณ์เดิมที่ระดับ 4.0-6.0%
สำหรับแนวโน้มสภาพคล่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 เชื่อว่าธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ยังให้น้ำหนักไปที่การบริหารต้นทุนดอกเบี้ยให้เหมาะสม ดังจะเห็นได้จากการออกแคมเปญเพื่อระดมเงินฝากที่แม้จะหนาตาขึ้น แต่ก็เป็นไปเพื่อชดเชยแคมเปญเงินฝากที่ครบกำหนดเป็นหลัก
ขณะที่การแย่งชิงฐานลูกค้าเงินฝากเป็นเป้าหมายรองลงไป ทำให้แนวโน้มสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากและเงินกู้ยืมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 น่าจะมีทิศทางที่ตึงตัวขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2558 ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคงอยู่ที่นโยบายการเงินของประเทศแกนหลักซึ่งอาจกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐและแนวทางการระดมทุนของภาครัฐในช่วงที่เหลือของปี เพราะอาจมีผลต่อแนวทางการระดมทุนของธนาคารพาณิชย์และสภาพคล่องของระบบการเงินไทยในช่วงที่เหลือของปีได้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังได้สรุปข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ณ สิ้นเดือน ก.ย.นี้ (ปรับผลของการรวมธนาคารโตเกียวมิตซูบิชิเข้ากับธนาคารกรุงศรีอยุธยา) จากเอกสารรายการย่อแสดงสินทรัพย์และหนี้สิน (ธ.พ.1.1) พร้อมประเมินแนวโน้มในระยะถัดไปไว้ ดังนี้
สินเชื่อโตเล็กน้อย ขณะที่เงินฝากเพิ่มขึ้นจากปัจจัยการพักเงินชั่วคราว
- เงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 6,170 ล้านบาท คิดเป็น 0.06% จากเดือนก่อนและเพิ่มขึ้น 3.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยหลักยังขยายตัวจากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอี ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงติดลบแต่ในอัตราที่ชะลอลง
อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับต้นปีอัตราการเติบโตขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.18%
- เงินฝากโตดีขึ้นในรอบ 5 เดือน โดยเพิ่มขึ้น 4.73 หมื่นล้านบาท หรือ 0.43% MoM แต่เมื่อเทียบกับต้นปียังคงหดตัวที่ -0.07% YTD อย่างไรก็ดี คาดว่าทิศทางการปรับขึ้นของเงินฝากที่เด้งขึ้นมากในเดือนนี้จะปรากฏขึ้นชั่วคราว เพราะเป็นผลจากการที่บริษัทขนาดใหญ่นำเงินมาพักไว้ระยะสั้นเท่านั้น
เครื่องชี้สภาพคล่องผ่อนคลายลงจากเดือนก่อนหน้า...ตามเงินฝากที่ขยายตัวสูงขึ้น
- สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือน ก.ย. 2558 ปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน อันเป็นผลของเงินฝากภาคธุรกิจที่พักไว้ชั่วคราว โดยสัดส่วนเงินให้สินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม (LTD+Borrowing Ratio) ผ่อนคลายลงมาที่ระดับ 86.53% จากระดับ 86.95% ณ สิ้นเดือนก่อนหน้า
ขณะที่คาดว่าภาวะสภาพคล่องจะค่อยปรับสู่ระดับการรักษาสมดุลในเดือนถัดๆ ไป ตามการบริหารเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ให้เติบโตใกล้เคียงกับเงินให้สินเชื่อเพื่อดูแลต้นทุนการดำเนินงาน







