posttoday
ซีอีโอชี้ศก.โตต่ำ2%

ซีอีโอชี้ศก.โตต่ำ2%

21 ตุลาคม 2558

ซีอีโอมองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังซึม คาดทั้งปีโตไม่เกิน 2% มีโอกาสลดจ้างงาน

ซีอีโอมองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังยังซึม คาดทั้งปีโตไม่เกิน 2% มีโอกาสลดจ้างงาน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหาร (ซีอีโอ) บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ โดยมีบริษัทตอบแบบสอบถาม 108 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์รวม 36% ของทั้งตลาด ซีอีโอส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2558 มีแนวโน้มแย่ลง ซึ่งตรงกันข้ามจากการสำรวจในครั้งก่อนที่คาดว่าเศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัว

“ซีอีโอคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2558 จะเติบโตน้อยกว่า 2% และแนวโน้มอุตสาหกรรมมีทิศทางที่แย่ลงเช่นเดียวกับการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ ส่วนปัจจัยสนับสนุนการเติบโตยังคงเป็นนโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การท่องเที่ยวจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นซีอีโอยังเริ่มให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจโลกที่ไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ และเริ่มมีผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเพิ่มมากขึ้น” ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุ

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอส่วนใหญ่คาดผลการดำเนินธุรกิจจะดีขึ้น และ 58% ของซีอีโอที่ตอบแบบสอบถาม คาดว่ารายได้ในปี 2558 จะโตมากกว่า 3% และ 41% คาดว่ารายได้จะโตกว่า 6%

สำหรับการรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะที่ด้านการตลาดให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

ด้านการขยายการลงทุนให้ความสำคัญในต่างประเทศ แต่เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน ขณะเดียวกันก็ให้ความสนใจกับการบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น และมีข้อสังเกตว่า 1 ใน 4 ของบริษัทที่วางแผนลดการจ้างงานซึ่งสูงกว่าการสำรวจครั้งที่ผ่านมา

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า 60% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถาม มีแนวโน้มลงทุนเพิ่มขึ้น ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยแหล่งเงินทุนที่สำคัญยังคงเป็นกำไรสะสม การกู้ยืม และการออกหุ้นกู้ ส่วนการพิจารณาการลงทุนต่างประเทศ พบว่า 47% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามมีการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ลงทุนน้อยกว่า 25% ของเงินลงทุนทั้งหมดและเน้นในอาเซียน

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASPS) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้คาดการณ์ผลการดำเนินงานของภาคธุรกิจที่แท้จริงว่ากลุ่มพลังงานจะออกมาแย่หลังจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บันทึกการด้อยค่าทรัพย์สินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งผลงานของ PTTEP จะกระทบกับบริษัท ปตท. (PTT) ในฐานะผู้ถือหุ้นอยู่ 65.29% และบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) จะต้องบันทึกผลขาดทุนจากการปิดโรงงานถลุงเหล็กในอังกฤษ

ทั้งนี้ หากรวมผลกระทบจากกรณีของ PTTEP และ SSI เป็นไปได้ที่จะกระทบต่อประมาณการกําไรสุทธิปี 2558 ของ บจ.โดยรวม ทําให้กำไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราการเติบโตของกำไร (EPS Growth) ปี 2558 ที่ประเมินไว้ 89.63 บาท และ 16.8% จะไม่เป็นไปตามประมาณการ อย่างไรก็ตามแนวโน้มในปี 2559 คาดว่า EPS และ EPS Growth จะมีสูงกว่า 101.92 บาท และ 13.7% ตามประมาณการเดิม และ ASPS เตรียมจะใช้ดัชนีเป้าหมายปี 2559 โดยอิง EPS 2559 ทั้งนี้จะประกาศชัดเจนอีกครั้งเมื่อการรายงานงบงวดไตรมาส 3 เสร็จสิ้นแล้ว 

กลยุทธ์การลงทุนแนะหุ้นที่มีแนวโน้มผลดำเนินงานงวดไตรมาส 4 เติบโตจากผลของฤดูกาล เช่น กลุ่มท่องเที่ยว คือ ธุรกิจการบิน แนะนำบริษัท การบินกรุงเทพ (BA) ให้ราคาเป้าหมาย 25.50 บาท และมีพี/อีต่ำ 12 เท่า ขณะที่พี/อีของสายการบินครบวงจรทั่วโลกอยู่ที่ 14.2 เท่า รองลงมาคือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) ให้ราคา 344 บาท ในฐานะผูกขาดบริการสนามบินเพียงรายเดียว

สำหรับธุรกิจโรงแรม แนะนำบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) ให้ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท โดยคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวกลับมามีกําไรในไตรมาส 4 และมากขึ้นในไตรมาสแรกปีหน้า มีโอกาสที่ราคาจะขยับสู่เป้าหมายสูงสุดราว 20%

ขณะที่หุ้นขนาดกลางและเล็กที่มีปัจจัยบวกหนุน แต่ราคาหุ้นยังไม่ตอบสนอง คือ บริษัท ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYNTEC) ให้ราคาเป้าหมายที่ 3.86 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นมีพี/อี 11 เท่า ถือว่าต่ำมากในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งมีพี/อีเฉลี่ย 21 เท่า และบริษัท สยามสตีลอินเตอร์เนชั่นแนล (SIAM) ให้ราคาเป้าหมายที่ 4.86 บาท บริษัท เอ็ม.ซี.เอส.สตีล (MCS) ให้ราคา 12.91 บาท กําไรปี 2558 เติบโตกว่า 5 เท่าตัว และจะอยู่ในวัฏจักรขาขึ้นไปด้วยงานในมือ รองรับรายได้ 5 ปีข้างหน้า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ