posttoday
ขันนอต ‘งบตำบล’  คุมเข้มทุจริตต้นทางยันปลายทาง

ขันนอต ‘งบตำบล’ คุมเข้มทุจริตต้นทางยันปลายทาง

20 ตุลาคม 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

ป้องกันไว้ก่อนที่จะบานปลาย เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายงบตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล หรือโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท กรอบวงเงิน 3.62 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่กำหนดว่าต้องเบิกจ่ายให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ม.ค. 2559 ตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เสนอ

เหตุผลหลักๆ ในการขอขยายเวลาเบิกจ่ายครั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เป็นเพราะจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลงานด้านพัสดุหรือหน้าที่อื่นๆ ของสำนักงานจังหวัดและที่ว่าการอำเภอมี “จำกัด” โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีที่มีแห่งละ 1 คน แต่มีโครงการที่ตำบลเสนอขออนุมัติมาแล้วกว่า 7 หมื่นโครงการทั่วประเทศ และมีระยะเวลาในการกลั่นกรองโครงการที่จำกัด

ดังนั้น หากไม่ขยายเวลาออกไปอาจเกิดความ “ผิดพลาด” ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และความ “ไม่รอบคอบ” ในการพิจารณาโครงการ และนั่นจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและองค์กรตรวจสอบ ตลอดจนประสิทธิภาพของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

“เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและองค์กรตรวจสอบอื่นๆ ในด้านความถูกต้อง โปร่งใสตรวจสอบได้ จึงควรให้ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดหรืออำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านวัสดุ อุปกรณ์ บุคลากร และด้านอื่นๆ ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและอำเภอร้องขอ” เอกสารกระทรวงมหาดไทยระบุ

ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ กระทรวงมหาดไทยยังกำหนดวิธีการป้องกันการทุจริตไว้อย่างเข้มงวด โดยให้อำเภอบันทึกโครงการ งบประมาณ พร้อมรูปถ่ายก่อนและหลังดำเนินโครงการในเว็บไซต์กลาง www.tambon.dopa.go.th เพื่อให้อำเภอ จังหวัด และส่วนกลาง สามารถตรวจสอบผลการดำเนินงานทุกโครงการในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกทั้งโครงการตำบลที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
บูรณาการกลั่นกรองโครงการระดับอำเภอและระดับจังหวัด ซึ่งสำนักจัดทำงบประมาณเขตพื้นที่ 1-18 อนุมัติเบิกจ่ายแล้ว อำเภอจะต้องประกาศ “บัญชีโครงการ” เปิดเผยให้ประชาชนทราบด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้เพิ่มผู้แทนภาคประชาชน เช่น ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน จำนวน 2 คน เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และให้กรมบัญชีกลางประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชีของอำเภอ เพื่อชี้แจงแนวทางจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุฯ ซึ่งจะทำให้การทำงานรวดเร็ว ถูกต้อง เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริตในการตอบสนองนโยบายรัฐบาล

ที่สำคัญ จะมีการจัดตั้ง “ศูนย์สนับสนุนการบริหารราชการภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล” ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและติดตามการปฏิบัติงานตามแผนงานและโครงการของจังหวัด เป็นต้น 

ด้าน พิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาสผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า สตง.ได้วางแผนจัดส่งเจ้าหน้าที่ สตง.ลงสุ่มตรวจการใช้จ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งโครงการตำบลละ 5 ล้านบาท และโครงการลงทุนขนาดเล็กทั่วประเทศ โครงการละไม่เกิน 1 ล้านบาท หากตรวจสอบพบว่ามีโครงการที่มีการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินจริง สตง.จะส่งเรื่องให้กับทางรัฐบาลเพื่อดำเนินการลงโทษผู้เกี่ยวข้องต่อไป

“การจัดซื้อจัดจ้างทุกรายการไม่ว่าจะใช้วิธีตกลงราคา หรือสอบราคา จะต้องมีการบันทึกรายละเอียดการรับจ่ายเงินทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินให้กับผู้ขายสินค้าหรือผู้รับเหมา และราคาจัดซื้อจัดจ้างวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ จะต้องสอดคล้องกับราคากลาง ไม่ใช่ว่าพอเป็นการซื้อของโดยใช้เงิน
หลวงจะซื้อแพงอย่างไรก็ได้ อันนี้ไม่ใช่ โดย สตง.จะส่งเจ้าหน้าที่ลงสุ่มตรวจในสถานที่ก่อสร้างโครงการจริง” พิศิษฐ์ กล่าว

ประมนต์ สุธีวงศ์  ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน กล่าวว่า แม้ว่าองค์กรจะไม่ได้รับการประสานงานจากรัฐบาลให้ลงช่วยสอดส่องการลงทุนโครงการขนาดเล็ก แต่ก็จะมีทีมงานที่คอยเฝ้าระวัง ซึ่ง
ส่วนตัวเห็นว่าการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีนโยบายเอาจริงเอาจังกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจน ก็เชื่อว่าจะไม่มีการทุจริตในระดับปฏิบัติ

“ตัวผู้นำรัฐบาลจะมีส่วนสำคัญมาก และผู้นำรัฐบาลนี้ก็เอาจริงเอาจังกับปัญหาทุจริตมากพอสมควร ก็เชื่อว่าจะไม่มีใครกล้าทุจริต แม้ว่าจะเป็นโครงการที่ต้องเร่งรีบดำเนินการก็ตาม” ประมนต์ กล่าว

จึงต้องติดตามว่ามาตรการป้องกันการทุจริตที่ภาครัฐออกแบบไว้จะได้ผลมากน้อยเพียงใด

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน