posttoday
ภาษีรางวัลประกวด แข่งขัน ชิงโชค

ภาษีรางวัลประกวด แข่งขัน ชิงโชค

16 ตุลาคม 2558

การประกวด แข่งขัน ชิงโชค ท่านผู้อ่านคงพบเห็นได้บ่อยครั้งทางทีวี หนังสือพิมพ์ และสื่ออื่นๆ อยู่เสมอ

โดย...สมชาย ชูเกตุ 

การประกวด แข่งขัน ชิงโชค ท่านผู้อ่านคงพบเห็นได้บ่อยครั้งทางทีวี หนังสือพิมพ์ และสื่ออื่นๆ อยู่เสมอ การจัดให้มีขึ้นก็เพื่อกระตุ้นหรือส่งเสริมให้มีการซื้อสินค้าหรือใช้บริการเป็นส่วนใหญ่ คงไม่มีใครใจดีแจกให้ฟรี และผู้จัดมักระบุให้ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลรับผิดชอบภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นทั้งหมด

รางวัลที่แจกให้แก่ผู้โชคดีอาจเป็นเงินสด บ้าน รถยนต์ ทรัพย์สินอื่น พาไปเที่ยวฟรี หรือให้บริการอื่น หากโชคดีได้รับรางวัล อย่าลืมหน้าที่ทางภาษีตามกฎหมายก็แล้วกัน หลายรายคิดว่าผู้จ่ายรางวัลได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว จึงไม่นำรางวัลที่ได้รับไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผลสุดท้ายก็ต้องเสียเงินมากกว่าที่ควรจะเสีย   

ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ เป็นเพียงภาษีส่วนหนึ่งที่จัดเก็บขณะที่ได้รับเงินได้ เพื่อบรรเทาภาระภาษีที่อาจต้องชำระเป็นเงินก้อนโตในการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ครึ่งปีหรือประจำปีภาษี

รางวัลที่เป็นเงินสด สิ่งของหรือบริการที่ผู้โชคดีได้รับ เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้โชคดีมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้แน่ๆ และอาจเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกด้วยหากผู้แจกรางวัลให้ผู้รับรางวัลรับภาระภาษี อย่างไรก็ตาม ภาษีที่กล่าวมาไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต เพราะเป็นจำนวนเงินเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าของรางวัลที่ได้รับ แต่จะมีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อผู้โชคดีไม่นำรางวัลที่ได้รับไปยื่นแบบเสียภาษีให้ถูกต้อง     

ผู้โชคดีที่เป็นบุคคลธรรมดา (มิใช่พนักงานหรือลูกจ้างของผู้จ่ายรางวัล) ได้รับรางวัลเป็นเงินสด ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่จ่าย แต่ถ้าผู้โชคดีเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของผู้จ่ายรางวัล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณวิธีเดียวกับการจ่ายเงินเดือน กรณีหน่วยงานรัฐเป็นผู้จ่ายรางวัล ต้องหักภาษีตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีที่รางวัลเป็นสิ่งของหรือบริการ ผู้จ่ายรางวัลต้องตีราคามูลค่าสินค้าหรือบริการเพื่อหักภาษี ณ ที่จ่าย และถ้าหากผู้จ่ายรางวัลเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าสินค้าหรือบริการโดยที่ไม่ต้องออกใบกำกับภาษี เพราะมิใช่การซื้อสินค้าหรือบริการ   

ผู้โชคดีที่เป็นบุคคลธรรมดา กรณีมิใช่พนักงานหรือลูกจ้างของผู้จ่ายรางวัล ต้องนำรางวัลเงินสด สิ่งของ หรือบริการที่ได้รับไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งอาจจะเสียภาษีเพิ่มเติมหรือมีสิทธิขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายในกรณีที่ภาษีต้องชำระน้อยกว่าภาษีที่ถูกหักไว้ 

รางวัลที่ได้รับในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย.ของปี ต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีภาษี (ภ.ง.ด.94) กำหนดเวลายื่นแบบตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.ของปีนั้น และต้องยื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี (ภ.ง.ด.90) กำหนดเวลายื่นแบบตั้งแต่เดือน ม.ค.-มี.ค.ของปีถัดไป ทั้งนี้ สามารถนำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ มาหักออกจากภาษีต้องชำระในการยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ครึ่งปีหรือประจำปีภาษีได้ 

การหักค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของรางวัลที่ได้รับ กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายจริงเท่านั้น ผู้โชคดีอาจจะไม่มีค่าใช้จ่ายจริงเลยก็ได้ หรือถ้ามี คงมีไม่มากนัก สำหรับการหักค่าลดหย่อนก็สามารถนำมาหักได้ตามสิทธิของผู้โชคดี

หากท่านเป็นผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลจากการประกวด แข่งขัน ชิงโชค อย่าลืมนำมายื่นแบบเสียภาษีให้ถูกต้อง อ้างว่าไม่ทราบก็คงไม่มีประโยชน์อะไร หากสังเกตสักนิดจะพบว่าผู้จัดให้มีการประกวด แข่งขัน ชิงโชค ส่วนใหญ่มักระบุในสื่อที่เชิญชวนอยู่แล้วว่า ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นใดผู้ได้รับรางวัลเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้นสวัสดีครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ