
SIRIติดโผได้ดีกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์
โดย...บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย)
โดย...บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย)
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์แล้วเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2558 เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับมาตรการลดค่าธรรมเนียมจะมีผลเพียง 6 เดือน ส่วนมาตรการนำเงินค่าซื้อบ้านจำนวน 20% มาลดหย่อนภาษีเงินได้จะมีกรอบเวลาเป็น 1 ปี
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจ คือ หนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นสูงจากเดิมที่ตลาดไม่ได้คาด บริษัท แสนสิริ (SIRI) จะติดรายชื่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่ออกมาล่าสุดลำดับต้นๆ แต่ สมบัติ เอกวรรณพัฒนา นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) สอบถามบริษัท กลับมีผลดีในทางบวกและคาดว่าจะส่งผลดีกับราคาหุ้น
จากสถิติวันที่ 4 ต.ค. 2558 บริษัทมีสินค้ารอขายที่มีราคาขายต่ำกว่า 3 ล้านบาท เป็นสัดส่วน 25% หรือ 1.47 หมื่นล้านบาท จึงพร้อมที่จะรองรับยอดขายเพิ่มที่จะหลั่งไหลเข้ามาให้ทันตามเวลาที่จำกัดของมาตรการ
หากเจาะลึกไปอีกมีสต๊อกบ้านที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมโอนต่ำกว่า 3 ล้านบาท ประมาณ 3,000 ล้านบาท และสต๊อกทุกระดับราคาทั้งหมดถึง 9,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นความได้เปรียบในอุตสาหกรรมที่จะรองรับมาตรการได้เป็นอย่างดี
ดังนั้น คงคำแนะนำ ซื้อ ด้านยอดขายรอโอน (งานในมือ) ที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท เป็น 35% หรือ 1.16 หมื่นล้านบาท จากมาตรการจะผลักดันให้การโอนทำได้ง่ายขึ้น ราคาพื้นฐานประเมินด้วยสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2558 ที่ 9.5 เท่า มีโอกาสปรับขึ้นอีก 13%
นอกจาก SIRI แล้ว บริษัทที่จะได้รับประโยชน์เป็นรายแรกๆ คือ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) และบริษัท ศุภาลัย (SPALI) เพราะมีสต๊อกสินค้าพร้อมที่จะโอนได้ทันในช่วงเวลาที่กำหนดเป็นจำนวนมาก และเป็นผู้ประกอบการที่เน้นตลาดราคาสินค้าน้อยกว่า 3 ล้านบาท และมีบ้าน-คอนโดมิเนียมที่ยังไม่ได้ขาย เข้าเกณฑ์ที่กำหนดเป็นจำนวนมากนั่นเอง
สำหรับรายละเอียดมาตรการ คือ
มาตรการแรก ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และการจดจำนอง จากเดิมที่ 2% และ 1% ตามลำดับ ลดลงเหลือ 0.01%
มาตรการที่สอง ลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับการซื้อบ้านที่ราคาน้อยกว่า 3 ล้านบาท สำหรับการซื้อบ้านหลังแรก คือ นำ 20% ของวงเงินซื้อบ้านมาคำนวณ แต่ทยอยลดภาษีเป็นเวลา 5 ปี ปีละเท่าๆ กัน (จากการคำนวณพบว่าจะประหยัดภาษีได้สูงสุดประมาณ 7% เทียบกับราคาบ้าน)
มาตรการที่สาม ธนาคารของรัฐคือ ธอส.จะมีการปล่อยกู้ซื้อบ้านที่มีเกณฑ์การอนุมัติที่ผ่อนคลายลงเพื่อช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย แต่ต้องการมีบ้านหลังแรกเป็นของตนเอง
ผลกระทบด้านบวก คือ ช่วยกระตุ้นการโอนกรรมสิทธิ์ให้เร็วขึ้น ระหว่างช่วงเวลากระตุ้น สำหรับผู้ประกอบการที่มีสินค้าคงเหลือที่เข้าเกณฑ์มาก คือ โอนได้ทันในปี 2559 จะได้ประโยชน์ ส่วนผลกระทบด้านลดค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการ คือ การโอน นั่นคือปกติแล้วผู้ซื้อจะออก 1% และผู้ประกอบการออก 1% ดังนั้นเมื่อได้ลดค่าธรรมเนียมการโอนคาดว่าผู้ประกอบการจะมีกำไรเฉลี่ยเพิ่มขึ้นไตรมาสละ 1-2% คือปีนี้ 1 ไตรมาส ได้แก่ ไตรมาส 4 ปี 2558 ส่วนปีหน้า 1 ไตรมาส คือ ไตรมาสแรก ปี 2559
ด้านผลดีอีกหนึ่งประการ คือ การช่วยกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้น แต่ยังไม่ได้ใส่ไว้ในประมาณการ







