
ทริสฯจับตา 4ธุรกิจเสี่ยง
ทริส เรทติ้ง มอง 4 ธุรกิจเสี่ยงสูง อสังหาฯ เช่าซื้อ เกษตรอุตสาหกรรม และอาหารทะเล
ทริส เรทติ้ง มอง 4 ธุรกิจเสี่ยงสูง อสังหาฯ เช่าซื้อ เกษตรอุตสาหกรรม และอาหารทะเล
น.ส.วิยดา ประทุมสุวรรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานจัดอันดับเครดิต บริษัท ทริส เรทติ้ง เปิดเผยว่า ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจขาลง รวมถึงประชาชนขาดความมั่นใจถึงแหล่งรายได้ในอนาคต เมื่อชะลอการจับจ่ายใช้สอย บ้านที่มีมูลค่าสูงและภาระผ่อนชำระนาน ก็จะถูกเลื่อนการตัดสินใจซื้อออกไปก่อน
สำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหนจะต้องพิจารณาถึงความเข้มแข็งของแบรนด์ ยอดขาย และการขยายการลงทุน หากออกไปลงทุนในต่างจังหวัดที่มีสินค้าล้นตลาด เช่น จ.ขอนแก่นและภูเก็ต ก็จะเหนื่อยหน่อย
“อสังหาฯ ที่อ่อนแอไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทขนาดกลางหรือขนาดเล็กเท่านั้น ปัญหารอบนี้ผู้ประกอบการรู้จักวิธีถอยและตัดสินใจเร็ว เช่น บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท และบริษัท แสนสิริ ที่คืนเงินดาวน์ ไม่สร้างต่อ เมื่อมีคนมาจองซื้อน้อย” น.ส.วิยดา กล่าว
ปัจจุบันผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตโดยทริส เรทติ้ง มีทั้งสิ้น 19 ราย ซึ่งมีอันดับเครดิตตั้งแต่ระดับ BB+ ถึง A+ ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีอัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลง เนื่องจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้สัดส่วนเงินกู้ต่อทุนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 1.04 เท่าในปี 2556 เป็น 1.22 เท่า ณ สิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา มีสต๊อกบ้านคงค้างคิดเป็นมูลค่า 4.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่แล้วที่มีมูลค่า 4.05 แสนล้านบาท ถือเป็นต้นทุนต้องใช้เวลาระบายถึง 3 ปี
นอกจากนี้ ธุรกิจเช่าซื้อก็ยังมีความเสี่ยงเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และการชะลอตัวของอุตสาหกรรมจากผลกระทบจากโครงการรถยนต์คันแรก ทำให้ราคารถยนต์มือสองลดลงต่อเนื่อง โดยสิ้นเดือน มิ.ย. เอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.4% จากระดับปกติอยู่ที่ 1.2% แม้เอ็นพีแอลเริ่มชะลอตัวแล้วก็ตาม แต่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะหากเพิ่มขึ้นจะเป็นภาระการตั้งสำรองและกระทบต่อกำไรของผู้ประกอบการ
ขณะที่อุตสาหกรรมการเกษตรยังเป็นปีที่ท้าทายจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำทั่วโลก รวมทั้งผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาสินค้าหลายตัวลดลง เช่น ราคาไก่ หมู รวมถึงราคาน้ำตาลที่เริ่มดีขึ้น แต่ราคากุ้งที่ตกต่ำมานาน 2 ปีเศษ ก็ยังไม่ฟื้น จึงต้องติดตามสถานการณ์ราคาและความต้องการบริโภคอย่างใกล้ชิด
สำหรับธุรกิจอาหารทะเลที่ต้องให้ความสำคัญกับการถูกธงแดงจากยุโรป ซึ่งจะทราบผลในสิ้นปีนี้ เพราะหากถูกใบแดงจริง จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหนัก เพราะไม่สามารถส่งอาหารทะเลไปขายในยุโรปได้เลย ไม่ว่าประเทศไหน แตกต่างจากปัญหาของสหรัฐอเมริกาที่เอกชนยังซื้อสินค้าได้
ด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังต้องลุ้นว่างานของภาครัฐจะออกมาตามคาดการณ์หรือไม่ แต่ปัจจุบันต้นทุนที่ลดลงมาก เช่น น้ำมันและเหล็ก ทำให้รับเหมาฯ ผ่อนคลายได้ รวมถึงรายที่รับงานภาคเอกชนในงานคอนโดมิเนียมยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง







