
12 นวัตกรรมเปลี่ยนโลก การตลาด (ตอนจบ)
7.Internet of Things (IOT) “โลกจะเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกันโดยอินเทอร์เน็ต” ตราบใดที่อุปกรณ์เหล่านี้ยังเชื่อมต่อได้ ชีวิตคนเราก็จะดำเนินได้อย่างราบรื่นเหล่าอุปกรณ์อัจฉริยะจะคอยจัดการเรื่องต่างๆ แทนเรา ดังนั้นแบรนด์สินค้าต่างๆ จึงควรหันมาทบทวนว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตในการทำตลาดอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
7.Internet of Things (IOT) “โลกจะเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกันโดยอินเทอร์เน็ต” ตราบใดที่อุปกรณ์เหล่านี้ยังเชื่อมต่อได้ ชีวิตคนเราก็จะดำเนินได้อย่างราบรื่นเหล่าอุปกรณ์อัจฉริยะจะคอยจัดการเรื่องต่างๆ แทนเรา ดังนั้นแบรนด์สินค้าต่างๆ จึงควรหันมาทบทวนว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตในการทำตลาดอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
8.เทคโนโลยี 3D ความท้าทายต่อกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยี 3D ที่ล้ำหน้าทันสมัยนี้จะเปลี่ยนโลกของการขนส่งสินค้า เช่น หากต้องการสินค้าตัวอย่างจากอีกซีกโลก ก็แค่ส่งโมเดลสินค้ามาทางอินเทอร์เน็ตแล้วพรินต์ออกมาได้ทันที ซึ่งหมายความว่าสินค้าที่ซื้อขายกันในอนาคตอาจอยู่ในรูปของทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นไฟล์คอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมด นับว่าพลิกโฉมโลกของการขนส่งแต่ต้องควบคุมเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศให้ดี
9.Power of Processing Unit ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของวิทยาการคอมพิวเตอร์ ทำให้เกิดเทคโนโลยีระบายความร้อนที่จะรองรับระบบประมวลผลอันทรงพลังด้วยเทคโนโลยี Silicon Micro Cooler (SMC) จะช่วยรองรับชิปประมวลผลอันทรงพลังให้เพิ่มขึ้นทวีคูณ ส่งผลทำให้เกิด “Big Data” นักการตลาดที่ดีต้องจัดการกับ Big Data ให้สามารถคัดกรองและวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ
10.การนำเทคโนโลยีการถ่ายทอดสดมาสู่ Social Media ก็คือ User Generated Content นั่นเอง กล่าวคือผู้บริโภคสามารถสดรายการ TV ของตนเองสู่สายตาชาวโลกได้ทันทีแบบ Real Time รูปแบบใหม่นี้ก็เป็นอีกช่องทางในการสื่อสารที่นักการตลาดควรให้ความสนใจในการ Engage ผลิตภัณฑ์หรือบริการกับผู้บริโภคในลักษณะ Real Time เพราะมันเกิดจากผู้บริโภคอย่างแท้จริง
11.Online payment on mobile การพัฒนาของระบบการชำระเงินออนไลน์อาจทำให้ในอนาคตเราไม่จำเป็นต้องพกกระเป๋าสตางค์อีกต่อไป ความก้าวหน้าของ Online Payment ทำให้ในอนาคตแต่ละธุรกิจต้องวางแผนเพื่อเข้าร่วมระบบการชำระเงินออนไลน์
12.ความสามารถของมนุษย์จะกลับมาโดดเด่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อผู้คนและธุรกิจต่างๆ สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีในระดับทัดเทียมกันได้ในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดแล้วสิ่งที่จะเป็นตัวตัดสินผู้แพ้ผู้ชนะก็คือ ปัจจัยด้านคน ทุกบริษัทอาจมีระบบที่สามารถระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตามที่ต้องการได้เหมือนๆ กัน แต่การวางภาพลักษณ์ของแบรนด์และการระบุกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็ยังคงเป็นหน้าที่ของคน ความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่างก็ยังคงเป็นหน้าที่ของคน ดังนั้นปัจจัยหลักความสำเร็จของแบรนด์ยังคงเป็นมนุษย์ซึ่งสามารถสร้างสรรค์ความแตกต่างอันเป็นจุดขายของแบรนด์ได้







