
พลิกโฉมธุรกิจปั๊มน้ำมัน
ในอีก 5 ปีนับจากนี้จะเป็นก้าวสำคัญของบริษัท ปตท.ในการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน
ในอีก 5 ปีนับจากนี้จะเป็นก้าวสำคัญของบริษัท ปตท.ในการพลิกโฉมธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ภายใต้แผนธุรกิจค้าปลีกน้ำมันระยะ 5 ปี (2559-2563) ปตท.จะใช้งบลงทุน 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 1.ปรับปรุงและขยายปั๊มน้ำมันทั้งในประเทศและต่างประเทศ 8,000 ล้านบาท 2.ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน 2,000 ล้านบาท 3.ธุรกิจก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) 2,500 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500 ล้านบาท เป็นการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ได้แก่ คลังแอลพีจี คลังน้ำมัน ท่อน้ำมันและท่อก๊าซ
ทั้งนี้ ปตท.มีแผนขยายปั๊มน้ำมันในประเทศเพิ่มปั๊มอีก 200 แห่ง จาก 1,400 แห่งเป็น 1,600 แห่ง โดยจะให้ความสำคัญกับการขยายปั๊มขนาดเล็กแบบครบวงจรมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในถนนสายรอง ชุมชนหรืออำเภอ จากเดิมที่เน้นพื้นที่ตั้งในถนนสายหลัก รวมทั้งจะมีธุรกิจบริการที่ใกล้เคียงกับปั๊มมาตรฐานทั้งร้านกาแฟอะเมซอนและร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น
“จะมีการปรับโฉมของปั๊มน้ำมันเดิม เช่น การนำแนวคิด Universal Design หรืออารย
สถาปัตย์มาใช้รองรับสังคมผู้สูงอายุ การออกแบบพื้นลาดเอียงเพื่อนำรถเข็นเข้ามาใช้บริการห้องน้ำ หรือร้านค้าต่างๆ ได้ทั่วถึง ตลอดจนพัฒนาปั๊มน้ำมันในลักษณะ Community Center เปิดพื้นที่บางส่วนให้เป็นสนามฟุตบอล ห้องสมุดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรมตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ โดยได้ทยอยพัฒนารูปแบบปั๊มไปแล้ว 80 แห่ง และจะเพิ่มเป็น 200 แห่งภายใน 5 ปี” นายอรรถพล กล่าว
นายอรรถพล ระบุว่า ปตท.มียอดขายน้ำมันเฉลี่ยแต่ละปี 2.5 หมื่นล้านลิตร มีส่วนแบ่งตลาด 39-40% ซึ่ง ปตท.จะรักษาส่วนแบ่งไว้ในระดับนี้
สำหรับแผนขยายปั๊มน้ำมันในต่างประเทศจะเน้นลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยปัจจุบันมีปั๊มอยู่ 170 แห่ง และมีแผนเพิ่มเป็น 500 แห่ง ประกอบด้วย เพิ่มปั๊มน้ำมันในลาวจาก 25 แห่งเป็น 80 แห่ง กัมพูชาจาก 26 แห่งเป็น 80 แห่ง เมียนมาจาก 5 แห่งเป็น 50 แห่ง และฟิลิปปินส์จาก 97 แห่งเป็น 230 แห่ง ส่วนอินโดนีเซียและมาเลเซียยังห้ามไม่ให้บริษัทต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจ จึงใช้วิธีนำน้ำมันเครื่องไปทำตลาดเพื่อให้สร้างแบรนด์เป็นที่รู้จัก







