
รายย่อยมาเลย์ไม่พร้อมทีพีพี
เอสเอ็มอีมาเลย์กังวลสู้รายใหญ่ไม่ไหวหลังทีพีพีเร่งรัฐตั้งเกราะ-หนุนไปตลาดโลก
เอสเอ็มอีมาเลย์กังวลสู้รายใหญ่ไม่ไหวหลังทีพีพีเร่งรัฐตั้งเกราะ-หนุนไปตลาดโลก
ตันศรีเพงอินฮัว ประธานสมาพันธ์สมาคมจีน-มาเลเซีย เปิดเผยว่า มุมมองทั่วไปของธุรกิจต่อข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ไม่ดีนัก เนื่องจากภาคธุรกิจกังวลต่อการแข่งขันที่จะเพิ่มขึ้นภายหลังของข้อตกลงดังกล่าว
นอกจากนี้ ประธานคนดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่า ธุรกิจขนาดใหญ่จะมีโอกาสมากกว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เนื่องจากมีกำลังการผลิตในต้นทุนที่ต่ำมากกว่าธุรกิจรายย่อย
“เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ของมาเลเซียยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการแข่งขันขนาดใหญ่” ตันศรีเพงอินฮัว กล่าว
การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจาก 12 ประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกสามารถบรรลุข้อตกลงทีพีพี ซึ่งหมายรวมถึงการค้าเสรีขนาดใหญ่ทั่วภูมิภาคที่ครอบคลุมขนาดเศรษฐกิจ 40% ของขนาดเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวได้สร้างความกังวลต่อธุรกิจรายย่อยประเทศสมาชิก
อย่างไรก็ตาม ตันศรีเพงอินฮัว ระบุว่า ธุรกิจภาคการผลิตเหล็กท้องถิ่นของมาเลเซียจะไม่ได้รับผลกระทบจากข้อตกลงการค้าเสรีขนาดใหญ่ดังกล่าวมากนัก เนื่องจากธุรกิจภาคการผลิตเหล็กของมาเลเซียมีความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติได้แล้ว แม้การนำเข้าเหล็กจากต่างชาติมายังมาเลเซียจะได้รับการยกเว้นภาษีก็ตาม
ด้าน ดาโต๊ะ อีคิมฮอก หัวหน้าฝ่ายเอสเอ็มอีของสมาพันธ์สมาคมจีน-มาเลเซีย เปิดเผยว่า แม้เอสเอ็มอีจะต้องแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงทีพีพีนั้นได้มากกว่าเสีย โดยข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเพิ่มการค้าระหว่างมาเลเซียและต่างชาติ
ดังนั้น หัวหน้าฝ่ายเอสเอ็มอีคนดังกล่าว ระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องออกนโยบายต่างๆ เพื่อคุ้มครองเอสเอ็มอี รวมถึงกระตุ้นให้เอสเอ็มอีมีการค้าขายกับต่างชาติ โดยทีพีพีจะเป็นนโยบายกระตุ้นให้เอสเอ็มอีต้องพัฒนาตัวเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
“ด้วยนโยบายเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้เอสเอ็มอีเป็นหุ้นส่วนทางการค้ากับบริษัทต่างชาติมากขึ้น” อีคิมฮอก กล่าว
สอดคล้องกับ ดาโต๊ะ บ่งฮองเหลียง ประธานหอการค้ามาเลเซีย-จีน ให้การสนับสนุนทีพีพีอย่างเต็มกำลัง โดยระบุว่าหากมาเลเซียไม่เข้าร่วมทีพีพี ภาคเอกชนของมาเลเซียจะสูญเสียโอกาสในอีกหลายปีข้างหน้า
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีมาเลเซียขยายตัวมากขึ้นในปี 2014 โดยมีการเติบโตเฉลี่ยที่ 7.1% ของขนาดเศรษฐกิจมาเลเซีย เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปี 2005-2014 ที่ 4.9% ของขนาดเศรษฐกิจมาเลเซีย







