
กางโอกาสใน ‘เฉิงตู’ สินค้าเกษตร-ร้านอาหารรุ่ง
เฉิงตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นศูนย์กลางการพัฒนาพื้นที่ตะวันตกของประเทศ มีประชากรราว 14 ล้านคน
โดย...รัชนีกร รัตนชัยฤทธิ์
เฉิงตู เมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นศูนย์กลางการพัฒนาพื้นที่ตะวันตกของประเทศ มีประชากรราว 14 ล้านคน มีผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงจำนวนมาก จึงเป็นเมืองที่เหมาะกับการลงทุน และเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าไปยังพื้นที่อื่นๆ ของจีน อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2563 จะเป็นเมืองเอกของเสฉวน ซึ่งมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตเพื่อขยายตลาดเข้าสู่พื้นที่ฝั่งตะวันตกของจีน
จีรนันท์ หิรัญญสัมฤทธิ์ ผู้แทนสำนักพัฒนาตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชีย กระทรวงพาณิชย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นครเฉิงตู อธิบายว่า เฉิงตูถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การเงิน และฐานอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของจีนตะวันตก มีความพร้อมด้านโลจิสติกส์ทั้งทางอากาศ เครือข่ายรถไฟ การขนส่งทางทะเล
สำหรับโอกาสการค้า จีรนันท์ แนะนำว่า สินค้าไทยที่มีโอกาสเข้าไปตีตลาดที่นี่ คือ สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป เช่น ข้าวหอมมะลิ ผลไม้ชนิดต่างๆ สินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์
“หากสินค้ามีเอกลักษณ์ความเป็นไทย คนจีนจะชอบมาก เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นสินค้าดีมีคุณภาพ” จีรนันท์ ระบุ
ขณะที่ด้านการลงทุนนั้น ร้านอาหารไทยเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน เพราะชาวเสฉวนชื่นชอบอาหารไทยและบรรยากาศแบบไทยๆ ส่วนอีกธุรกิจที่น่าจะไปได้สวย คือ สปาไทย ซึ่งที่ผ่านมามักจะมีเจ้าของเป็นชาวจีน และจ้างพนักงานคนไทยมาทำงาน
ด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในเฉิงตู พบว่า เป็นคนที่ชอบจับจ่ายใช้เงินเพื่อการแต่งตัวและดูแลสุขภาพ ชอบออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ชื่นชอบการท่องเที่ยว และสินค้าแบรนด์เนม
“หากอยากกระตุ้นการขาย แนะนำให้จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เช่น ลดราคาสินค้า หรือแจกของแถมต่างๆ เพราะชาวจีนจะให้ความสนใจกับสินค้าที่มีการจัดรายการโปรโมชั่นต่างๆ มาก” จีรนันท์ ยกตัวอย่าง
แม้ว่าสินค้าไทยจะมีชื่อเสียงด้านคุณภาพดี แต่ต้องยอมรับว่า การติดต่อค้าขายกับชาวจีนอาจมีอุปสรรคในเรื่องของ “ภาษา” เพราะชาวจีนส่วนใหญ่ยังใช้ภาษาจีนในการสื่อสารและติดต่อการค้า ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยก็ต้องหาผู้ที่สื่อสารภาษาจีนมาช่วยในการเจรจาด้วย ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาเรื่อง “ราคา” ที่สินค้าไทยบางรายการมีราคาสูงมาก และไม่ได้ทำตลาดอย่างต่อเนื่อง
ในด้านของผู้ประกอบการ สุรสิทธิ์ ชัยปิยวุฒิรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท โอเรียนทัล อโรม่า เจ้าของแบรนด์ Donna Chang ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และน้ำมันหอมระเหยเกรดพรีเมียม เล่าถึงการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ว่า บริษัทเริ่มต้นขยายธุรกิจในต่างประเทศด้วยการไปร่วมงานแสดงสินค้าที่อิตาลีและฮ่องกง ซึ่งมีโอกาสได้พบคู่ค้าเพื่อเจรจาธุรกิจ โดยปัจจุบันบริษัทมีสาขาในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน
ด้านกลยุทธ์การทำตลาดในจีนนั้น สุรสิทธิ์ อธิบายว่า “การขายสินค้าในจีน หากมีการสร้างเรื่องราวของแบรนด์จะทำให้สินค้าเป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น และต้องพยายามเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคว่าชอบอะไร เพื่อจะได้ทำตลาดให้เหมาะสม เช่น การตั้งราคาสินค้าต้องให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ชาวจีนบางกลุ่มอาจไม่ชอบซื้อสินค้าราคาถูก เพราะมองว่าสินค้าไม่มีคุณภาพ”
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการอบรมพนักงานเพื่อให้มีความเข้าใจผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้ง จัดอบรมให้พนักงานขายสามารถนำเสนอสินค้ารายบุคคลได้
ขณะที่การโปรโมทแบรนด์สินค้าจะอาศัยการประชาสัมพันธ์ โดยจ้างบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ในจีน เพื่อสร้างให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ซึ่งการแนะนำว่าสินค้ามาจากประเทศไทยจะเพิ่มความน่า
เชื่อถือให้กับแบรนด์มากขึ้น เนื่องจากชาวจีนชื่นชอบสินค้าไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ในอนาคตนั้น แบรนด์ Donna Chang มีแผนจะเจาะตลาดโรงแรมจีนในอีก 5 ปีข้างหน้า และต้องการขยายสาขาในจีนให้มากขึ้นอีก
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจจะไปหาโอกาสการค้าในเฉิงตูนั้น สามารถไปร่วมงาน The 20th Chinese New Year Shopping Festival ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่ง ซึ่งจัดในช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 21 ม.ค.-4 ก.พ. 2559 โดยการจัดงานครั้งล่าสุดนั้นมีผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาร่วมงานกว่า 4 หมื่นบริษัท และมีผู้ซื้อชาวจีนเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกว่า 2 หมื่นคน และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมชมงานเกือบ 3 ล้านคน







