
แห่ตั้งรง.น้ำตาล2.6แสนล้าน
เอกชนแห่ขอตั้งโรงงานน้ำตาลใหม่เพียบ กว่า 2.66 แสนล้าน ลั่นพิจารณาเสร็จ 45 วัน
เอกชนแห่ขอตั้งโรงงานน้ำตาลใหม่เพียบ กว่า 2.66 แสนล้าน ลั่นพิจารณาเสร็จ 45 วัน
นายสมศักดิ์ จันทรรวงทอง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ สอน.ได้ประกาศเงื่อนไขการขอจัดตั้งหรือย้ายหรือขยายโรงงานน้ำตาล เพื่อเปิดทางให้เอกชนเข้ายื่นขอคำอนุญาตตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.-3 ต.ค. 2558 ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการยื่นคำขอจัดตั้งโรงงานน้ำตาลใหม่แล้วมากถึง 30 โรงงาน และยื่นขอขยายกำลังการผลิตโรงงานน้ำตาลอีก 16 โรงงาน รวมมูลค่าการลงทุนกว่า 2.66 แสนล้านบาท
"หลังจากนี้ สอน.จะใช้เวลาพิจารณาคำขอรายละไม่เกิน 45 วัน/โรงงาน ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้การอนุญาตมีกรอบเวลาชัดเจน" นายสมศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ได้แก่ 1.ต้องมีระยะห่างจากโรงงานอ้อยและน้ำตาลที่มีอยู่ไม่น้อยกว่า 50 กิโลเมตร 2.ต้องมีแผนจัดหาอ้อยให้แก่โรงงานไม่น้อยกว่า 50% ของกำลังการผลิต 3.ผู้ยื่นคำขอจะต้องมีแผนทางการเงิน ในการส่งเสริมการปลูกอ้อยที่ชัดเจน 4.ต้องมีแผนการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ กลุ่มมิตรผลที่ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ 20% ได้ยื่นขอตั้งโรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ด้วยเงินลงทุน 6,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน มีการประเมินว่า ฤดูกาลปิดหีบอ้อยปี 2558/2559 จะมีปริมาณผลผลิตอ้อยเข้าหีบ 106 ล้านตันอ้อย และผลิตน้ำตาลทรายได้ 11 ล้านตัน ผลจากนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมการปลูกอ้อยทดแทนในพื้นที่นาข้าวและพื้นที่อื่นๆ จะทำให้ปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้นถึง 180-200 ล้านตัน มีปริมาณน้ำตาลเพิ่มขึ้น 8-10 ล้านตัน
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย ไปพิจารณาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาอ้อยขั้นต้นที่มีแนวโน้มตกต่ำว่าจะดำเนินการอย่างไร นอกเหนือจากวิธีการกู้เงินมาอุดหนุนราคาเพิ่มเติมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพราะขณะนี้ยังคงรอการจำหน่ายน้ำตาลทรายดิบส่งออก (โควตา ข.) เพื่อที่จะนำมาคำนวณราคา และยอมรับว่าราคาอ้อยขั้นต้นในปัจจุบันไม่ดีนัก เนื่องจากราคาน้ำตาลทรายตลาดโลกตกต่ำมาก
ด้าน นายพรวุฒิ สารสิน นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า ขณะนี้แม้ราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกจะตกต่ำที่สุดในรอบหลายปี ราคาร่วงมาอยู่ที่ 15-16 บาท/กิโลกรัม แต่สมาคมยังคงสนับสนุนเกษตรกรชาวไร่อ้อยด้วยการซื้อน้ำตาลทรายในราคาเดิม 19.50 บาท/กิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่กำหนดไว้ตายตัว ส่วนการเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มเพิ่มจาก 22% เชื่อว่าภาคเอกชนจะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วย







