
เอ็ทด้าชี้ไทยโดนมัลแวร์ โจมตีดุอันดับ3ของโลก
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ความเสี่ยงจากการเข้าใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนของคนไทย ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทซอฟต์แวร์และภาครัฐจะเร่งกระตุ้นให้อัพเกรดการใช้งานและสนับสนุนให้ใช้งานซอฟต์แวร์แบบถูกกฎหมายก็ตาม แต่กลับไม่ดึงดูดใจมากพอ ยังคงเกิดปัญหาการขโมยข้อมูลและโจรกรรมเงินมากขึ้น จึงทำให้องค์กรธุรกิจทำได้เพียงยอมรับสภาพเท่านั้น
ชัยชนะ มิตรพันธ์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ทด้า (ETDA) กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยถือว่ามีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะใช้งานซอฟต์แวร์เถื่อนและปลอมกันมาก ทำให้ไม่มีไลเซนส์ที่ถูกต้องในการอัพเดท รวมทั้งความเข้าใจเรื่องซอฟต์แวร์ถูกลิขสิทธิ์ของคนที่นำมาติดตั้งก็มีน้อย ซึ่งยากที่จะประเมินมูลค่าความเสียหาย เพราะภาคธุรกิจบางรายอาจไม่ทราบด้วยซ้ำว่าข้อมูลกำลังรั่วไหล หรือถ้าแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบก็จะเสียภาพลักษณ์
“เทรนด์ความเสียหาย จากการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์และฟิชชิ่งนั้น ไทยถือว่าติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งตัวเลขของปี 2556 ระบุว่า มีมากปีละกว่า 4,000 กรณี ส่วนประเทศที่ถูกโจมตีมากที่สุด อันดับ 1 และ 2 คือ อินโดนีเซียและจีน ตามลำดับ ซึ่งเอ็ทด้ามีหน้าที่สนับสนุนด้านการทำอี-คอมเมิร์ซของภาคธุรกิจ รวมทั้งส่งเสริมการดูแลเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย จึงต้องเร่งกระตุ้นให้ตระหนักถึงปัญหาและใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมาย คาดว่าในอีก 2-3 ปี จะทำเรื่องของไซเบอร์ซีเคียวริตี้อย่างชัดเจนขึ้น คือ เมื่อทราบปัญหาหรือเกิดเหตุ จะวิเคราะห์ รายงาน และติดตามผลทันที ซึ่งการทำงานที่ต่อเนื่องนั้น จะช่วยแก้ปัญหาได้ดี” ชัยชนะ กล่าว
ทั้งนี้ ชัยชนะได้อธิบายวิธีแก้ปัญหาเมื่อเกิดกรณี Ddos ว่า องค์กรหรือภาคธุรกิจควรสร้างเว็บไซต์แบบ Static มากกว่า Dynamic เพราะการดึงคอนเทนต์ไว้ในหน้าเว็บแทนการดึงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ จะช่วยย่นระยะเวลาในการดึงข้อมูล ลดปัญหาเซิร์ฟเวอร์ล่ม
“องค์กรต้องประเมินความพร้อมในการเข้าใช้งานเว็บไซต์ไว้ เผื่อการเข้าใช้งานที่เพิ่มขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว ซึ่งการรีเฟรชหน้าใหม่ หรือกด F5 นั้น เกิดขึ้นได้อยู่แล้ว หากโหลดหน้าเพจที่ต้องการช้ากว่าเวลาที่ผู้ใช้งานต้องการ ดังนั้นภาคธุรกิจควรเลือกใช้งานคลาวด์ เพราะรองรับจำนวนการเข้าใช้งานที่เพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา” ชัยชนะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-เพย์เมนต์นั้น สูงถึง 800 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นว่าไทยกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หากองค์กรที่ต้องการขยายตลาดเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ หรือ อี-คอมเมิร์ซ ไม่วางรากฐานระบบเว็บไซต์ไว้ให้ดี ความเสี่ยงจากการโจรกรรมข้อมูลของลูกค้าและการสูญเสียเงินจากการฟิชชิ่งและมัลแวร์ จะเป็นปัจจัยเสี่ยงสูง
เอ็ทด้าลงทุนกว่า 50 ล้านบาท พัฒนาบริการสำหรับภาคธุรกิจให้ใช้งานซอฟต์แวร์ได้อย่างปลอดภัย แบ่งเป็น ซอฟต์แวร์สำหรับมอนิเตอร์การเข้าใช้งานของเครือข่ายที่ผิดปกติ และดูแลการเข้าใช้งานเว็บไซต์ ทั้งแบบแอพไฟร์วอลล์และ Ddos ปัจจุบันมีองค์กรที่ใช้งานแล้วกว่า 80 หน่วยงาน
“ฝ่ายไอทีควรจะทราบการเข้าใช้งานของลูกค้าเฉลี่ยในแต่ละวันและวางแผนให้รัดกุม เพราะถือเป็นด่านแรกที่ต้องเจอปัญหามัลแวร์ ฟิชชิ่ง และอื่นๆ หากไม่เตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา จะส่งผลให้ภาพรวมบริษัทเกิดปัญหาได้” ชัยชนะ กล่าวทิ้งท้าย







