
ยกเครื่องตลาดกลาง-ค้าออนไลน์
พาณิชย์อัดงบ 300 ล้าน พัฒนาตลาดเพื่อผู้ประกอบการและชุมชน คาด 3 ปี
พาณิชย์อัดงบ 300 ล้าน พัฒนาตลาดเพื่อผู้ประกอบการและชุมชน คาด 3 ปี
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้นำเสนอมาตรการพัฒนาตลาดเพื่อผู้ประกอบการและชุมชนให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2558 รับทราบมาตรการพัฒนาตลาดเพื่อผู้ประกอบการและชุมชน และแนวทางขับเคลื่อน ประกอบด้วย 3 มาตรการ ใช้งบประมาณปี 2559-2561 รวม 328.6 ล้านบาท
มาตรการที่ 1 การยกระดับตลาดกลาง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการตลาดกลาง โดยพัฒนาตลาดกลางที่มีอยู่ให้มีศักยภาพมากขึ้น มีเป้าหมายการพัฒนาตลาด 54 แห่งทั่วประเทศ และทำการสำรวจตลาดกลางใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เป็นตลาดกลางในความส่งเสริมของกระทรวงพาณิชย์ที่เกิดขึ้นตามศักยภาพและความต้องการของพื้นที่ สำหรับวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการตลอด 3 ปี รวม 142.4 ล้านบาท
นายสุวิทย์ กล่าวว่า มาตรการที่ 2 จะพัฒนาตลาดชุมชนเพื่อธุรกิจท้องถิ่น โดยใช้ตลาดชุมชน มาขยายช่องทางการตลาดแก่เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด จะพัฒนา 231 แห่งทั่วประเทศ วงเงินที่ใช้รวม 46.2 ล้านบาท
มาตรการที่ 3 เชื่อมตลาดโลกผ่านการค้าออนไลน์ โดยพัฒนาตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ Thaitrade.com – SOOK (Small Order OK) ที่เป็นการค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B2B) ให้ขยายขอบเขตจากการเสนอแค็ตตาล็อกสินค้าและเจรจาการค้าออนไลน์ ได้เพิ่มระบบรับชำระเงินออนไลน์ และเชื่อมต่อกับระบบของผู้ให้บริการขนส่ง เพื่อให้เอสเอ็มอีนำสินค้าสู่ตลาดโลก
โครงการนี้ต้องการเพิ่มผู้ขายเป็น 5 หมื่นราย ภายใน 3 ปี จากข้อมูลวันที่ 31 ส.ค. 2558 มีอยู่ 1.81 หมื่นราย และเพิ่มผู้ซื้อเป็น 4 แสนราย ภายใน 3 ปี จากวันที่ 31 ส.ค. 2558 มีอยู่ 8.81 หมื่นราย โดยวงเงินที่ใช้รวม 140 ล้านบาท
นอกจากนี้ ได้ขยายการให้บริการตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แบบ B2B2C ภายใต้ชื่อ Thailandbest.go.th เพื่อเชื่อมการค้าออนไลน์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยส่งตรงถึงผู้บริโภค โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคเอกชน และได้หารือกับกลุ่มสหพัฒน์แล้ว
ทั้งนี้ รมช.พาณิชย์ มีความมั่นใจว่าผลที่จะได้รับจากทุกมาตรการดังกล่าว คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจภายใน 3 ปี รวม 1.8 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2559 มูลค่า 3,920 ล้านบาท ปี 2560 มูลค่า 5,686 ล้านบาท และปี 2561 มูลค่า 8,450 ล้านบาท







