
เป้าหมายเดียวกัน
ขณะที่กำลังลุ้นให้ไทยสามารถแจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนให้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ ก็คงต้องแสดงความยินดีกับเมียนมาที่เพิ่งเปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาเฟสแรกอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
ขณะที่กำลังลุ้นให้ไทยสามารถแจ้งเกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนให้เป็นรูปธรรมภายในปีนี้ ก็คงต้องแสดงความยินดีกับเมียนมาที่เพิ่งเปิดตัวเขตเศรษฐกิจพิเศษติละวาเฟสแรกอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียงหนึ่งวัน หรือเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของไทยได้เห็นชอบมาตรการส่งเสริมนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ ซูเปอร์คลัสเตอร์ และคลัสเตอร์อื่นๆ
โดยในส่วนของ “ซูเปอร์คลัสเตอร์” จะเห็นชัดว่าเป็นกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต มี 6 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคม ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดิจิทัล เมืองนวัตกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมการแพทย์และการรักษาพยาบาล
เห็นรายชื่อกลุ่มอุตสาหกรรมแล้วชัดเจนว่าเป็นกลุ่มเดียวกับที่ชาติอาเซียนหลายประเทศต้องการส่งเสริมการลงทุนเช่นกัน ทั้งยานยนต์ ที่มีอินโดนีเซียหวังเป็นฮับยานยนต์ของภูมิภาค ส่วนด้านชิ้นส่วน แว่วว่ากลุ่มนักลงทุนญี่ปุ่นเล็งจะเข้าไปทำนิคมอุตสาหกรรมในกัมพูชาเพื่อผลิตชิ้นส่วนยานยนต์โดยเฉพาะ
ส่วนเวียดนาม ที่ผ่านมามีความโดดเด่นมากด้านการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์โทรคมนาคม ที่ต้องยอมรับว่าหลายอย่าง “ล้ำหน้า” ไทยไปมาก และสอดคล้องกับ “ความต้องการปัจจุบัน” ของตลาดโลก
ขณะที่อุตสาหกรรมการแพทย์และการรักษาพยาบาล มีหลายประเทศ ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ที่กำลังแข่งกันพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนี้ เพราะต้องการเป็นฮับของภูมิภาค
ดูๆ แล้วในบรรดา 6 กลุ่มนี้ สิ่งที่ไทยน่าจะสู้ได้แบบสบายๆ มีความพร้อมและชื่อเสียงในระดับดีอยู่แล้ว น่าจะเป็นยานยนต์และชิ้นส่วน นวัตกรรมอาหาร และฮับการแพทย์ แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะคนอื่นก็พัฒนาตัวเองอยู่ทุกวันเหมือนกัน
ส่วนกลุ่มคลัสเตอร์อื่นๆ เช่น เกษตรแปรรูป สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มนั้น ก็น่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มหลังที่ไทยรู้ตัวแล้วว่าแข่งขันเรื่องแรงงานไม่ไหวแล้ว ก็จะหันมาสนับสนุนเรื่องการเป็นศูนย์กลางดีไซน์และเส้นใยคุณสมบัติพิเศษแทน
การตั้งเป้าส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบคลัสเตอร์เหล่านี้ถือเป็นเรื่องดีมาก เพราะนอกจากเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบครบวงจรแล้ว ก็ยังจะช่วยให้ไทยก้าวขึ้นไปอยู่อีกระดับของห่วงโซ่การผลิตของโลก
แต่ในเมื่ออาเซียนกำลังรวมตัวเป็นประชาคมที่ใกล้ชิดกันกว่าเดิม ก็อย่าลืมหันไปมองรอบตัวว่า “เรา” ในฐานะชาติอาเซียนจะช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมเหล่านี้ร่วมกันได้อย่างไร ไม่ใช่วางเป้าหมายเหมือนกัน เพื่อจะห้ำหั่นกันเอง







