
เสนอสนข.ใช้รถไฟฟ้าทางคู่ ผลศึกษาคุ้มกว่าระบบดีเซล
โพสต์ทูเดย์
— สนข. เผยบริษัทที่ปรึกษา เสนอทางเลือกสร้างรถไฟฟ้าทางคู่แทนรถไฟดีเซล ช่วยลดค่าใช้จ่ายทั้งน้ำมันและค่าซ่อมบำรุงลง 30%นายประณต สุริยะ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ในการสัมมนาเชิงวิชาการ ครั้งที่ 2 เรื่องการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น ระบบรถไฟทางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ ระยะที่ 1 ว่า บริษัทที่ปรึกษาจะสรุปผลการศึกษาและออกแบบเบื้องต้น ว่าควรจะพัฒนาระบบรถไฟดีเซลเป็นระบบรถไฟฟ้า เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุง ค่าพนักงาน ได้สูงถึง 30% อีกทั้งยังช่วยลดเวลาในการเดินทางได้ 20% และที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับการศึกษาและออกแบบครั้งนี้ คาดว่าจะออกแบบแล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค.นี้ รวมทั้งจะออกแบบไว้สำหรับรองรับระบบรถไฟฟ้าด้วย หลังจากนั้น สนข.จะนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา ซึ่งจะประกวดราคาได้เร็วที่สุดในปี 2554
นายสุชัย รอยวิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านระบบรถไฟบริษัทที่ปรึกษา กล่าวว่า แผนการพัฒนาทางคู่ระยะเร่งด่วนที่ ครม.เห็นชอบ 5 เส้นทางหลัก ซึ่งจะเร่งดำเนินการ คือ 1.ลพบุรีปากน้ำโพ 2.มาบกะเบาชุมทางถนนจิระ 3.ชุมทางถนนจิระขอนแก่น 4.นครปฐมชุมทางหนองปลาดุก 5.ประจวบคีรีขันธ์ชุมพร
ผลการศึกษาพบว่า เมื่อดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ระยะเร่งด่วนแล้ว ควรจะพัฒนาระบบรถไฟดีเซลเป็นระบบรถไฟฟ้า เนื่องจากเป้าหมายในการพัฒนาทางคู่ คือ การปรับปรุงทางรถไฟเดิม โดยเพิ่มความแข็งแรง และประสิทธิภาพของรางรถไฟ พื้นทาง และไม้หมอน เพื่อเพิ่มประ สิทธิภาพการขนส่งทางรถไฟ เช่นใช้ความเร็วได้ 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพิ่มสัดส่วนการขนส่งสินค้าเป็น 10% จากเดิม 2% เพิ่มขบวนรถไฟเป็น 500800 ขบวนต่อวัน จากปัจจุบันวันละ 200 ขบวน คาดผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า หรือ 97 ล้านคน
ด้านนายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ วิศวกรโยธา ชำนาญการ สนข. กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้จะมี 2 ชุด คือ การพัฒนารถไฟทางคู่สำหรับรถไฟดีเซล และรถไฟทางคู่สำหรับรถไฟฟ้า เพื่อในอนาคตหากประเทศไทยจะพัฒนาระบบรถไฟดีเซลเป็นรถไฟฟ้าก็สามารถนำผลการศึกษาและออกแบบเบื้องต้นมาปรับใช้ได้ทันที
“
หากรัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของระบบรถไฟฟ้า ก็มีความเป็นไปได้มากที่ประเทศไทยจะพัฒนาเป็นรถไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งต้องยอมรับว่าระบบรถไฟดีเซลมีประโยชน์มหาศาล ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าของประเทศ แต่หากพัฒนาเป็นระบบรถไฟฟ้าและลงทุนเพิ่มอีกสักนิดประมาณกม.ละ 30 ล้านบาท รวมการก่อสร้างสร้างรางและขบวนรถไฟฟ้า ก็จะได้ระบบรถไฟฟ้าที่มีประโยชน์ทั้งเรื่องของการลดต้นทุนการขนส่ง และการประหยัดพลังงาน” นายพิเชฐ กล่าวเมื่อเปรียบเทียบเงินลงทุนระหว่างการลงทุนระบบรถไฟดีเซล และรถไฟฟ้านั้น พบว่าโครงการรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วนที่รัฐบาลเห็นชอบระยะทาง 400 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท หากพัฒนาเป็นระบบรถไฟฟ้า จะใช้เงินลงทุน 4.2 หมื่นล้านบาทส่วนโครงการรถไฟทางคู่ที่จะสามารถดำเนินการได้ก่อน คือ เส้นทางนครปฐมชุมทางหนองปลาดุก ระยะทาง 165 กม. เพราะเป็นโครงการที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรุนแรง และไม่มีการคัดค้านจากประชาชน รองลงมาคือเส้นทางลพบุรีปากน้ำโพ ระยะทาง 118 กม. อาจมีปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดิน และเส้นทาง มาบกะเบาชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กม. ซึ่งจะมีการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟ







