
ไทยซื้อกิจการ ในอาเซียนพุ่ง
กสิกรไทยชี้ธุรกิจไทยใช้กลยุทธ์ซื้อกิจการในอาเซียนพุ่ง แนะเสริมแกร่งแบรนด์มากขึ้น
กสิกรไทยชี้ธุรกิจไทยใช้กลยุทธ์ซื้อกิจการในอาเซียนพุ่ง แนะเสริมแกร่งแบรนด์มากขึ้น
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์เรื่อง “การควบรวม และซื้อกิจการ (M&A) ในอาเซียนของไทยขยายตัวสูงสุดรับเออีซี” โดยระบุว่าเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนยังขยายตัวสูง โดยคาดว่าใน 3 ปีข้างหน้าจะขยายตัวราว 4.6-4.9% โดยประเทศกลุ่มลาว เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา (CLMV) จะขยายตัวราว 7% ขณะที่ไทยคาดว่าโตเพียง 3.2-3.6% ทำให้ธุรกรรม M&A ของไทยไปประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2555 ถึง 8 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่าธุรกรรมเฉลี่ย 556 ล้านเหรียญสหรัฐ/ดีล เพิ่มขึ้นจากปี 2549-2554 ที่เฉลี่ยดีลละ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือขยายตัวกว่า 13 เท่า
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมอง ว่า มูลค่าธุรกรรม M&A ของไทยไปอาเซียนอาจแตะ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้ แสดงว่า ผู้ประกอบการไทยในการใช้กลยุทธ์ธุรกรรม M&A ขับเคลื่อนการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง
นอกจากนี้ ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2555-2557) สัดส่วนโดยเฉลี่ย M&A ในอาเซียนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) นั้น ไทยมีอัตราขยายตัวสูงสุด หรือราว 1.3% ของจีดีพี จาก 0.15% ในปี 2552-2554 และแม้ว่าจะตัดธุรกรรมขนาดใหญ่ คือการเข้าซื้อกิจการอาหารและเครื่องดื่มในสิงคโปร์กว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไทยก็ยังคงอยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน แสดงถึงความตื่นตัวของผู้ประกอบการไทยในอาเซียนมากขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เสนอว่า ผู้ประกอบการไทยที่จะใช้กลยุทธ์ M&A ในการเข้าถึงฐานลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ควรเน้นการเสริมความแข็งแกร่งของตราสินค้าหรือแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักภายในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น ผ่านการทำการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่นที่พฤติกรรมการบริโภคแตกต่างกันออกไป โดยอย่าลืมคำนึงถึงจุดประสงค์ของการทำธุรกรรม M&A ว่าเหมาะสมหรือไม่ และควรประเมินสถานะของบริษัทที่จะเข้าซื้อกิจการ เพื่อการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน







