
เครื่องจักรก่อสร้างคึก เคสบุกไทยรับเมกะโปรเจกต์
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทย และโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล ปลุกให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างคึกคักขึ้นมาในทันที
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของไทย และโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล ปลุกให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างคึกคักขึ้นมาในทันที
นายกมลวัฒน์ วีรศุภกาญจน์ รองประธานกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ที แอล เอส กรุ๊ป เซาธ์อีสท์ เอเชีย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยก (ฟอร์คลิฟต์) ฮุนได กล่าวว่า ความต้องการเครื่องจักรในการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เริ่มมีสูงขึ้นตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา หลังจากที่รัฐบาลประกาศเดินหน้าลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ จากก่อนหน้านี้ตลาดค่อนข้างซบเซาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ทั้งนี้ บริษัทจึงได้เปิดธุรกิจใหม่โดยการเป็นตัวแทนนำเข้าและจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักสำหรับงานก่อสร้างและอุตสาหกรรมเหมืองแร่แบรนด์เคส (CASE) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ด้านอุปกรณ์ก่อสร้างจากสหรัฐอเมริกามาทำตลาดในไทย รองรับกับการลงทุนเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลในสัดส่วน 65% โดยจะจับกลุ่มบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นพิเศษที่ได้สิทธิในการประมูลงานก่อสร้างขนาดใหญ่ ส่วนอีก 30% จะเป็นเครื่องจักรกลที่ใช้งานในเหมือง และ 5% เป็นเครื่องจักรทั่วไป
“บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะแชร์ส่วนแบ่งตลาด 5% ภายใน 3 ปี โดยในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายที่ 50 คัน ปีหน้าตั้งเป้ายอดขาย 100 คัน และในปี 2560 ตั้งเป้ายอดขายที่ 150 คัน โดยล่าสุดเตรียมจะส่งมอบรถขุดขนาด 20 ตัน จำนวน 5 คัน ให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่จะใช้ก่อสร้างทางในภาคเหนือ” นายกมลวัฒน์ กล่าว
สำหรับรถฟอร์คลิฟต์ ฮุนได ที่บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายมาก่อนหน้านี้ ตลาดก็เริ่มกลับมาดีขึ้น โดยตัวเลขขาย 8 เดือนที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทเติบโตได้ประมาณ 10% หลังจากที่ชะลอตัวลงในปีก่อนหน้าจากปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศ
ก่อนหน้านี้ นายฌาคส์ มิเชล ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถบรรทุกแบรนด์วอลโว่ และยูดี ทรัคส์ ในประเทศไทย ได้ประเมินว่า เม็ดเงินลงทุนจากเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2558 เป็นต้นไป และบริษัท วอลโว่ กรุ๊ป (ประเทศไทย) ได้เปิดตัวรถบรรทุกแบรนด์ยูดี ทรัคส์ พร้อมกัน 15 รุ่น ส่งผลให้มีรถจำหน่ายในประเทศไทยเพิ่มเป็น 25 รุ่น เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า







