
ไอซีทีทบทวน 2กฎหมายดิจิทัล
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ตัดสินใจถอนร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลกลับมาทบทวนใหม่ หลังพบว่ามีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ตัดสินใจถอนร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลกลับมาทบทวนใหม่ หลังพบว่ามีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข
นายอุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที เปิดเผยว่า จะมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลเล็กน้อย โดยล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ดึงกฎหมาย 2 ฉบับ ที่เคยผ่านความเห็นของ ครม.ไปแล้วให้กลับมาปรับปรุงใหม่
ประกอบด้วย 1.ร่าง พ.ร.บ. การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ... ที่อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) และ 2.ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ... ที่อยู่ในชั้นการพิจารณาคณะกรรมการกฤษฎีกา
“ที่ดึงกลับมาไม่ได้ถึงกับมีการรื้อกฎหมายใหม่ทั้งหมด เพราะเป็นการนำกลับมาปรับปรุงเนื้อหาบางส่วนของ 2 ฉบับเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 เดือนในการปรับปรุงก่อนจะนำเข้ามาเสนอ ครม. ส่วนที่เหลืออีก 6 ฉบับ ไม่ต้องมีการแก้ไขอะไรอยู่ตรงจุดไหนก็ให้เดินต่อ” นายอุตตม กล่าว
ด้าน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่ ครม.มีมติให้นำกฎหมาย 2 ฉบับ กลับมาปรับปรุงนั้น เนื่องจากหน่วยงานระดับกระทรวงได้มีข้อทักท้วงในบางประเด็นในเนื้อหาของกฎหมายและยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงเนื้อหาบางส่วนก็ถูกคัดค้านจากภาคประชาชน รมว.ไอซีทีจึงขอเสนอให้นำกลับมาแก้ไข
อย่างไรก็ตาม ครม.ไม่ได้ให้กรอบเวลากับกระทรวงไอซีทีว่าจะต้องนำกฎหมายทั้งสองฉบับกลับมาให้ ครม.พิจารณาเมื่อใด จากปกติ ครม.จะกำหนดว่าเมื่อนำกลับมาแก้ไขแล้วจะต้องเสนอ ครม.ภายในกี่วัน
ก่อนหน้านี้ นายคณาธิป ทองรวีวงศ์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับล่าสุดของรัฐบาล ขาดหลักการขอความยินยอมในขั้นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งๆ ที่เป็นขั้นแรกและเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ส่งผลให้ทุกวันนี้ไม่มีใครรู้ว่าตัวเองกำลังถูกเก็บข้อมูลอะไรบ้าง ซึ่งเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล
นอกจากนี้ แนวปฏิบัติของสหภาพยุโรป (อียู) มาตรา 25 ระบุชัดว่า หากประเทศไหนไม่มีกฎหมายนี้ หรือมีแต่ไม่ได้มาตรฐานทัดเทียมอียู ประเทศในอียูก็ไม่สามารถส่งออกข้อมูลไปยังประเทศเหล่านั้นได้ และเป็นเหตุให้ประเทศที่ไม่มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถูกกีดกันการค้าตามมาตรา 14 ของข้อตกลง GATT







