
ดอกเบี้ยต่ำทำอุตฯกองทุนซบ
“สมิทธ์” เผยอุตฯ กองทุนปีนี้โตแค่ 2-3% ไทยพาณิชย์ออกกองอินฟราฯ โลก
“สมิทธ์” เผยอุตฯ กองทุนปีนี้โตแค่ 2-3% ไทยพาณิชย์ออกกองอินฟราฯ โลก
นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ คาดว่าอุตสาหกรรมกองทุนปีนี้จะมีอัตราการเติบโตเพียง 2-3% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ จึงไม่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามาลงทุน
“ตั้งแต่ต้นปีกองทุนตราสารหนี้ที่มีกำหนดเวลา (เทอมฟันด์) ทั้งระบบมูลค่ารวมประมาณ 3 แสนล้านบาท โยกไปลงทุนกองทุนตลาดเงินแทน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยใกล้เคียงกัน นักลงทุนจึงไม่อยากล็อกเงินไว้ในเทอมฟันด์ และคาดว่าประเทศไทยจะอยู่ในภาวะดอกเบี้ยต่ำต่อเนื่องไปอีกประมาณ 2 ปี” นายสมิทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะดึงเงินมูลค่ารวมหลายหมื่นล้านบาทที่เคยจ้าง บลจ.บริหารกลับไปบริหารเอง
นายสมิทธ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงอัตราดอกเบี้ยต่ำ บลจ.จะต้องหาทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยตราสารหนี้ระยะสั้นและมีความผันผวนต่ำ เช่น ตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น กองทุนหุ้นปันผล กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) และลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
พร้อมกันนี้ บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดขายกองทุนไทยพาณิชย์ โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ (SCBGIF) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMGIF) เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกผ่าน Deutsche Invest I Global Infrastructure : Share Class FC EUR ในสกุลเงินยูโร โดยเปิดขายครั้งแรกวันที่ 29 ก.ย.-5 ต.ค.นี้
“ในประเทศก็มีหุ้นที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน แต่มีให้เลือกน้อย และบางบริษัทยังอยู่ในช่วงการเติบโตทำให้จ่ายเงินปันผลได้น้อย ขณะที่กองทุนหลักจะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจทั่วโลก โดยที่ผู้ใช้บริการเป็นคนจ่ายเงินค่าบริการ ไม่ใช่รัฐบาล และมีกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานอย่างน้อย 75% ซึ่งสินทรัพย์หลายประเภทยังไม่มีในไทย” นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน กล่าว
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นทั่วโลก แต่ความผันผวนต่ำกว่า ขณะที่ SCBGIF ไม่จ่ายปันผล แต่จะขายหน่วยลงทุนอัตโนมัติปีละไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินปันผลจากหุ้นไทย แต่น้อยกว่าปันผลจากรีทในประเทศ







