posttoday
สมาคมโทรคมฯฝันไกล หวังไทยเป็นฮับไอซีที

สมาคมโทรคมฯฝันไกล หวังไทยเป็นฮับไอซีที

22 กันยายน 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

แม้จะดำเนินงานมากว่า 25 ปี และผ่านรัฐบาลมาหลายยุคสมัยแล้ว สิ่งหนึ่งที่ยังสร้างความกังวลให้แก่บุคลากรในวงการไอทีนั่นคือ การเปลี่ยนทีมรัฐมนตรีชุดใหม่จะกระทบการสานต่อนโยบายดิจิทัล อีโคโนมี หรือไม่ เพราะประเทศต่างๆ ในอาเซียนนั้นนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนผลักดันในการพัฒนาประเทศให้เติบโต

อุตตม สาวนายน รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า การจะพัฒนาประเทศให้ไปสู่สมาร์ทซิตี้นั้น จะต้องใช้พื้นฐานของไอซีทีเป็นแกนกลาง หรือใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเป็นตัวขับเคลื่อน โดยโครงสร้างพื้นฐานที่จะเข้ามาขับเคลื่อนประเทศนั้น ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง พลังงานและไอซีที เพื่อเพิ่มความมั่นคงทั้งสังคมและเศรษฐกิจ

“การเร่งผลักดันให้เกิดบรอดแบนด์แห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นฟิกซ์ไลน์ หรือไวร์เลสนั้น ต่างเป็นวิธีการที่จะช่วยให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้บริการบรอดแบนด์เข้าถึงแหล่งชุมชนภายใน 2-3 ปี ผลักดันการให้บริการ 4จี แอลทีอี ปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจโทรคมนาคมให้มีการแข่งขันแบบเป็นธรรม ลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และผลักดันให้ไทยเป็นหนึ่งในดิจิทัลฮับของอาเซียน” อุตตม กล่าว

อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้เกิดการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศนั้น จะเกี่ยวเนื่องกับการสนับสนุนผู้ประกอบการไอซีทีและธุรกิจ รวมทั้งกลุ่มเอสเอ็มอีมีความเข้มแข็งและแข็งขันได้ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งปัจจุบันไทยมีการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่มากถึง 93 ล้านเลขหมาย เป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า 34 ล้านราย อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 6 ล้านราย จากดัชนีชี้วัดการพัฒนาด้านไอซีทีของไอทียู (องค์การโทรคมนาคมระหว่างประเทศ) พบว่า ไทยอยู่อันดับที่ 81 จาก 166 ประเทศทั่วโลก เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 10 อันดับ จากปัจจัยการใช้บริการ 3จี ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้าน ศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากความนิยมใช้งานโซเชียลมีเดียที่เพิ่มมากขึ้นของคนไทย ทำให้เกิดปริมาณข้อมูลหลั่งไหลอย่างมหาศาล หากภาครัฐยังไม่มีการจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อใช้เชื่อมต่อคลังข้อมูลในการพัฒนาประเทศ จะกระทบด้านการลงทุนภายในประเทศ และสูญเสียแหล่งเงินทุนที่จะไหลเข้าประเทศอย่างสมบูรณ์

“ศักยภาพของไทยในยุคต่อไปจะเกี่ยวข้องกับความสามารถในการสร้างนวัตกรรม หากไม่นำข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทุกธุรกิจที่แข่งขันกันด้วยความสามารถของข้อมูลก็จะเสียโอกาสอย่างมหาศาล ตามนโยบายดิจิทัล อีโคโนมีนั้น จะมีส่วนช่วยในการลดช่องว่างของข้อมูล ทั้งยังสร้างโอกาสและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจใหม่อย่างมหาศาล” ศุภชัย กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงดิจิทัลก็คือศักยภาพของคน กระทรวงไอซีทีมีแผนใช้ศูนย์ไอซีทีในชุมชนกว่า 2,000 แห่ง เพื่อช่วยให้ความรู้ด้านดิจิทัลแก่ประชาชนและธุรกิจเอสเอ็มอี ดังนั้นการส่งเสริมอุตสาหกรรมทั้งดิจิทัลคอนเทนต์ แอพพลิเคชั่น ศูนย์บ่มเพาะเทคสตาร์ทอัพ จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ไทยเป็นดิจิทัลฮับอย่างแท้จริง

“การร่วมมือกันของทั้งภาครัฐและเอกชนจะช่วยต่อยอดการทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ได้รับประโยชน์เชิงข้อมูลอย่างมหาศาล ลดช่องว่างระหว่างสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งศักยภาพของคนต้องมีความพร้อมในเรื่องของสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ระบบการศึกษา แรงบันดาลใจ เพื่อกระตุ้นให้คนอยากพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างแท้จริง” ศุภชัย กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ